แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขายของออนไลน์ อะไรดี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขายของออนไลน์ อะไรดี แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2559

ตลาดออนไลน์ กับแนวโน้นของตลาด

แนวโน้มการทำการ ตลาดออนไลน์ ในปี 2016

ถ้าพูดถึงแนวโน้มการทำการตลาดออนไลน์ในปี 2016 นี้ หากเราจับกระแสได้ว่า การตลาดจะเปลี่ยนไปในทิศทางไหน เราก็จะสามารถ เลือกเครื่องมือที่จะนำมาใช้ได้อย่างเหมาะสมกับเวลาและยุคสมัยที่เปลี่ยนไป และเครื่องมือที่สอดคล้องกับแนวโน้มของ Digital Marketing ในปี 2016 นี้ ผมก็ได้สรุปออกมาตามนี้

1. Digital VDO
ผู้คนจะสนใจ Content ที่เป็น VDO หรือ VDO Clip สั้นๆ มากขึ้น และส่วนใหญ่ก็จะดูบน Mobile นั่นแหละครับ เป็นผลมาจากข้อแรก ดังนั้น ถ้าเราสามารถสร้างเนื้อหาให้อยู่ในรูปแบบ VDO ได้ ก็จะดีมาก

2. Mobile
เข้าสู่ยุคของ Mobile First ซึ่งเป็นอีกยุคของ โทรศัพท์มือถือ สำหรับนักการตลาดแล้ว Mobile จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญ ที่จะทำให้ข้อมูลของสินค้าและบริการ เข้าถึงผู้บริโภคได้แทบจะในทันที ทุกที่ ทุกเวลากันเลย ดังนั้นหากจะโปรโมทอะไร ให้คำนึงถึงผู้รับข่าวสาร ขณะเปิดมือถือขึ้นมาอ่านด้วยส่วนนักการตลาดเอง ก็สามารถตอบคำถาม หรือข้อสงสัยของลูกค้า ได้ในทันที ทุกที่ ทุกเวลา ได้เช่นเดียวกัน ไม่ต้องจ้าง Customer Service มาคอยตอบ หรือต้องรอเปิดคอมก่อน ถึงจะตอบได้และคนที่มีเว็บไซต์ ถ้าปรับปรุงเว็บไซต์ให้รองรับการอ่านบนมือถือได้ก็จะดีมาก หรือ ถ้าจะทำโฆษณา ก็ให้คำนึงถึงผู้ที่จะเห็นโฆษณาบนมือถือด้วย ว่าเขาจะเห็นโฆษณาเรา หน้าตาอย่างไร



3. Facebook Ads
Facebook Ads สามารถเข้าถึงกลุ่ม Audience เป้าหมาย ที่มีความสนใจในเรื่องต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เพราะ Facebook มีข้อมูลของผู้ใช้งาน ทั้งอายุ เพศ สถานะความสัมพันธ์ และความสนใจต่างๆ ไม่ว่าเราจะพูดถึงอะไร? กด Like เพจไหน? คอมเม้นต์กับใคร? เข้ากลุ่มไหน? ชอบหนังสืออะไร? ชอบกีฬาอะไร?

4. Google AdWords
Google AdWords ก็ยังคงเป็นเครื่องมือทำโฆษณาที่ทรงประสิทธิภาพเช่นเคย เพราะสามารถเข้าถึงกลุ่ม Audience เป้าหมาย จากคำค้นหา หรือ Keywords ที่ค้นหาบน Search Engine และยังมีฟีเจอร์โฆษณา สำหรับ VDO โดยเฉพาะอีกด้วย สั่งตรงจาก YouTube มาเลย ใครยังไม่เคยลอง

5. Tracking & Analytics
การติดตามวัดผล ไม่ว่าจะด้วย Facebook Insight หรือ Google Analytics หรืออะไรก็ตามที่วัดผลได้ เป็นเครื่องมือที่สำคัญสำหรับนักการตลาดออนไลน์เลยทีเดียว เพราะหากเราทำโฆษณาออกไปแล้ว แต่ไม่สามารถติดตามวัดผลอะไรได้เลย ก็เหมือนพายเรือวนอยู่ในทะเล ไม่รู้ทิศทาง ไม่รู้ว่าควรไปต่อ หรือถอยกลับ อะไรคุ้ม อะไรไม่คุ้ม เพราะฉะนั้น เครื่องมือนี้ จะช่วยให้เราประหยัดค่าใช้จ่าย และเพิ่มผลกำไรให้กับธุรกิจแน่นอน

6. AutoResponder (Email Marketing)
เครื่องมือในตำนานสำหรับผู้ที่ชื่นชอบ Email Marketing ที่สามารถเข้าถึงกลุ่ม Audience เป้าหมาย ที่ได้ลงชื่อกับเราเอาไว้ จึงอยู่ใน List ของเราอยู่แล้ว เรียกได้ว่า เป็นกลุ่มที่กรองมาแล้วชั้นนึงและถึงแม้จะเป็นเครื่องมือในตำนาน ที่ยังใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ปีนี้ นักการตลาด อาจจะต้องเริ่มวิวัฒนาการวิธีการใช้งาน ให้เป็น Email Content Marketing คือเน้นที่การสร้าง Content ให้มีประโยชน์มากขึ้นด้วย

เครื่องมือหลักๆ เหล่านี้ หากใช้ประกอบกัน จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทางการตลาดได้อย่างมากมายมหาศาล หรือเราอาจเสริมด้วยเครื่องมือการตลาดอื่นๆ ได้อีก เช่น เครื่องมือทำ SEO หรือ เครื่องมือประเภท Social Media ก็มีอีกมากมายนับไม่ถ้วน แต่ที่สำคัญ ไม่ว่าจะเลือกใช้เครื่องมือตัวไหน ก็ควรใช้มันในทางสร้างสรรค์ด้วย

วันเสาร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2559

เทคนิคการขายภายใน 5 นาที

4 เทคนิคการขาย ใน 5 นาที ที่ควรรู้

เวลาเป็นของมีค่า ยิ่งเวลาของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ยิ่งเป็นเงินเป็นทอง ในแต่ละวันเสียเวลาต่อรองกับลูกค้าไปเท่าไหร่ แถมบางทีก็เจรจาไม่สำเร็จ ขายของไม่ได้อีกต่างหาก ถ้าเรามีพนักงานช่วยตอบลูกค้าก็แล้วไป แต่ถ้าเราเป็นพ่อค้าแม่ค้าตัวคนเดียว ต้องคอยตอบคนเดียวก็เสียเวลาไม่น้อยเลยวันนี้ เราเลยอยากนำ เทคนิคการขายอย่างรวดเร็ว ที่จะช่วยประหยัดเวลาให้คุณพ่อค้าแม่ค้ามาบอก ให้คุณพ่อค้าแม่ค้านำไปปรับใช้กัน

1. ใช้ตัวช่วย
วิธีนี้เป็นท่าไม้ตายลับสำหรับคุณพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่ใช้ระบบ Page365 การปิดออเดอร์อย่างรวดเร็วนี้สามารถทำได้ด้วยการใช้ระบบบิลอัตโนมัติ ซึ่งเป็นระบบที่จะส่งบิลออนไลน์ (ในรูปแบบคอมเมนต์ตอบกลับ) ให้กับลูกค้าที่มาคอมเมนต์ใต้รูปสินค้า โดยเริ่มต้นประโยคด้วยคำว่า “สั่ง, จอง, เอา, CF” จากนั้นเมื่อลูกค้าคลิ๊กที่ลิงก์บิลออนไลน์ ก็สามารถดูรายละเอียดสินค้า ราคา และวิธีการชำระเงินได้เลย โดยคุณพ่อค้าแม่ค้าไม่ต้องมานั่งตอบ แค่รอเช็คว่ามีบิลเปิดใหม่กี่ใบใน “หน้าบิล” หรือ “หน้าสนทนา” เท่านั้นเลย



2. ให้ของแถมเล็กๆ น้อยๆ
ถ้าสินค้าที่คุณพ่อค้าแม่ค้าขายมีราคาสูงมาก ก็เป็นไปได้ที่ลูกค้าจะรู้สึกลังเล เพราะจะต้องเสียเงินเยอะ เมื่อเป็นแบบนี้ คุณพ่อค้าแม่ค้าอาจจะจัดโปรโมชั่นพิเศษ แถมสินค้าหรือของที่มีราคาต่ำกว่าสินค้าให้ไปด้วย (ดูอย่างโปรโมชั่นคอนโดมิเนียมต่างๆ ที่มีโทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ตแถมฟรีให้พร้อมคอนโด) การเสนอของแถมให้ด้วยนี้ จะสร้างความรู้สึกว่าลูกค้า “ได้ของเพิ่มขึ้น” และถ้าเขาสนใจสินค้าของเราอยู่แล้ว ก็ช่วยให้ตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น

3. บอกความเห็นของตัวเองที่มีต่อสินค้า
ใช้จังหวะช่วงที่ลูกค้ากำลังเงียบเพื่อตัดสินใจบอกความเห็นที่ตัวคุณมีต่อสินค้า เช่น บอกว่ามันเป็นสินค้าที่คุ้มค่า เพราะสามารถทำหลายอย่างได้ หรือจะยกเรื่องวัตถุดิบที่ใช้ผลิตมาประกอบเพื่อบอกว่าสินค้าชิ้นนี้ดียังไงด้วยก็ได้ นอกจากนี้ คุณพ่อค้าแม่ค้าอาจยกสินค้าที่ใกล้เคียงกันจากร้านค้าร้านอื่นมาเปรียบเทียบ เพื่อให้ลูกค้าเห็นความแตกต่างว่าของๆ เราดีกว่า และกระตุ้นให้ลูกค้าอยากซื้อสินค้าจากเรา

4. สร้างเงื่อนไขให้รู้สึกว่าต้องรีบซื้อ
ถ้าลองสังเกตดู ลูกค้าส่วนมากที่ถามเยอะ คุยนาน มักจะไม่ซื้อสินค้า (แต่อันนี้ก็แล้วแต่ลักษณะของสินค้าด้วย ถ้าสินค้าของคุณมีราคาแพงมากๆ ต้องใช้การตัดสินใจสูง ลูกค้าก็ต้องถามเยอะเป็นธรรมดา) เพราะว่าเขาเป็นกลุ่มที่ลังเล ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอย่าง ยังไม่อยากเสียเงินตอนนี้ หรือไม่แน่ใจว่าของจะสวยเหมือนในรูปไหม สิ่งที่คุณพ่อค้าแม่ค้าต้องทำเพื่อปิดการขายคือ “สร้างความรู้สึกกกดดันว่าต้องรีบซื้อ” ซึ่งจริงๆ พิมเพลินไม่ได้แนะนำให้คุณพ่อค้าแม่ค้าพูดกดดันลูกค้าให้รีบซื้อ แต่คุณพ่อค้าแม่ค้าอาจใช้วิธีบอกว่าสินค้าเหลือจำนวนไม่มากแล้ว หรือบอกว่าจะไม่นำสินค้าชิ้นนี้มาขายอีกแล้ว เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่านี่คือโอกาสสุดท้ายที่จะซื้อสินค้าชิ้นนี้ และตัดสินใจซื้ออย่างรวดเร็ว

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 4 เทคนิคการขายที่ได้นำมาฝากกัน หวังว่าคงมีประโยชน์สำหรับทุกท่าน

วันศุกร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2559

ตลาดออนไลน์ E-Commerce

ตลาดออนไลน์ หรือ E-Commerce ที่น่าติดตาม

อีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) ถือเป็นช่องทางทำเงินสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการยุคใหม่ และมีแนวโน้มที่น่าจับตาลงทุน เพราะจะซื้อจะขายที่ไหนก็ได้ แถมยังสะดวก รวดเร็ว ง่ายต่อการเข้าถึง ทั้งยังตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่นิยมสินค้าราคาถูกจึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจในการทำตลาดออนไลน์

กุญแจสำคัญของการทำธุรกิจ คือเดินหน้าอย่างมีเป้าหมาย ตั้งแต่คิดว่าจะขายอะไร ขายให้ใคร, วิเคราะห์พฤติกรรมกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย, เปิดหน้าร้านเว็บไซต์อย่างไรให้ดึงดูด, จัดทำแผนโปรโมทสินค้าผ่านช่องทางต่างๆ ให้เป็นที่คุ้นตาและติดหูผู้บริโภค เช่น เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม กูเกิล เป็นต้น ขณะเดียวกันก็ต้องตรวจสอบและประเมินแผนงานตลอดเวลา เพื่อวิเคราะห์ค่าใช้จ่าย งบประมาณที่ลงทุน รายได้และต้นทุนของสินค้าตลอดจนถึงค่าขนส่ง เมื่อบวก-ลบแล้วจะต้องได้กำไร ซึ่งการกำหนดราคาสินค้าให้ได้กำไรมากน้อยนั้น ไม่มีสูตรตายตัว เพียงแต่ผู้ขายคิดจากราคาต้นทุนและคาดคะเนราคาตลาด กำไรจะมากน้อยขึ้นอยู่กับผู้ขายและความสามารถในการหาซื้อสินค้ามาขายที่มีราคาต้นทุนต่ำกว่าผู้ขายรายอื่น



ถ้ายังคิดไม่ออกว่าจะขายอะไรดี...ลองมองหาสินค้าใกล้ตัวที่ชอบและสนใจเป็นพิเศษ จะผลิตเองหรือรับจากที่อื่นมาขายก็ได้ แค่มีความชอบเป็นทุนเดิมก่อน เพราะจะทำให้ศึกษาสินค้าได้อย่างละเอียด สามารถให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าที่สนใจซื้อได้

ที่สำคัญต้องสร้างความสะดวกในช่องทางการชำระเงิน และความรวดเร็วในการจัดส่งสินค้า ปัจจุบันมีช่องทางชำระเงินหลายวิธีตั้งแต่โอนเงินผ่านทางธนาคารออนไลน์ ผ่านบัตรเครดิต หรือผ่านทางตู้เอทีเอ็ม, ชำระผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส หรือเก็บเงินปลายทาง ก็สามารถทำได้ ซึ่งช่องทางทั้งหมดผู้ขายเป็นผู้กำหนดได้ และการจัดส่งสินค้าต้องรวดเร็ว และปลอดภัย ซึ่งเป็นหน้าที่สำคัญที่ผู้ขายจะต้องออกแบบการสั่งซื้อให้ง่าย และนำเสนอข้อมูลคุณสมบัติของสินค้าให้ถูกต้องครบถ้วน

อย่างไรก็ตาม เคล็ดลับในการค้าขายในตลาดออนไลน์ แม้เป็นเรื่องที่มีคุณค่าต่อการศึกษาก่อนเริ่มทำธุรกิจ แต่บ่อยครั้งลำพังรู้เคล็ดลับอย่างเดียวก็ไม่ได้รับประกันว่าจะทำให้ประสบความสำเร็จเสมอไป เพราะหลักการเป็นได้เพียงแนวทาง ส่วนความสำเร็จเกิดจากการเรียนรู้ที่ได้จากการลงมือปฏิบัติ และองค์ประกอบภายนอกอื่นๆ อีกมาก ไม่อย่างนั้นเราคงไม่ได้ยินสำนวนที่ว่า ‘คนคำนวณหรือจะสู้ฟ้าลิขิต’

วันจันทร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2559

ตลาดออนไลน์ กับการโปรโมท

ตลาดออนไลน์ กับการโปรโมทร้านค้า

การทำธุรกิจในปัจจุบัน เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ทำการประชาสัมพันธ์โปรโมทร้านค้า สินค้าของเราเลย หากรอให้มีลูกค้าเดินเข้ามาพบร้านของเราเอง ก็คงมีเปอร์เซ็นต์น้อยนิด เมื่อลูกค้ามีความต้องการสินค้าอย่างใดอย่างหนึ่ง สิ่งแรกที่พวกเขาทำคือ ค้นหาผ่านอินเทอร์เน็ต เพื่อหาร้านค้าที่น่าสนใจในราคาที่เขาพึงพอใจ ก่อนที่จะตัดสินใจเข้าไปที่หน้าร้าน ในกรณีที่เราเปิดร้านค้าออนไลน์ก็เช่นเดียวกัน ถ้าไม่ทำการตลาดเลย ก็คงไม่มีใครจะรู้จักการตลาดออนไลน์ หรือ Digital Marketing จึงเป็นช่องทางประชาสัมพันธ์ธุรกิจของเราได้อย่างคุ้มค่าที่สุด ซึ่งมีหลากหลายวิธีที่น่าสนใจและได้ผล

1. Google Adwords เวลาที่คน search หาสินค้าหรือบริการที่ต้องการใน Google หากพบผลการค้นหาตรงกับสิ่งที่ต้องการ ก็จะคลิกเข้าไปดูรายละเอียด โอกาสที่จะซื้อสินค้าก็เป็นไปไม่ยาก ดังนั้นหน่วยงาน ร้านค้าที่ต้องการโปรโมทสินค้าและบริการจึงนิยมใช้บริการ Google Adwords กันมาก เพราะช่วยให้โฆษณาของเขาโดดเด่นและเพิ่มโอกาสในการคลิกเข้าไปยังเว็บไซต์ของตน

2. SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นการโปรโมทเว็บไซต์ให้ติดอันดับต้น ๆ ในการค้นหาด้วยการใช้ keyword เมื่อติดอันดับต้น ๆ แล้ว คนก็จะคลิกเข้ามาที่เว็บไซต์ของเรามากขึ้น โอกาสที่เว็บไซต์จะเป็นที่รู้จักก็มีมาก อย่างเช่นเว็บไซต์ ShoppingServiceShop.com ที่วางโครงสร้าง SEO รองรับผู้ประกอบการไว้เป็นที่เรียบร้อย ใครที่เปิดร้านค้าออนไลน์กับเว็บไซต์นี้ เมื่อลูกค้าค้นหาชื่อสินค้าที่เป็น keyword ร้านค้าใน ShoppingServiceShop.com ก็จะติดในอันดับต้น ๆ ลูกค้าก็เข้าร้านอย่างไม่ขาดสาย

3. Social Network สังคมออนไลน์อย่าง facebook, twitter หรือ Instragram ที่รู้จักในเวลานี้ นับว่าเป็นช่องทางทำการตลาดออนไลน์ที่กว้างขวาง และประหยัดที่สุด ทั้งยังเข้าถึงเครือข่ายคนรุ่นใหม่ในยุคออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว แถมวัดผลได้รวดเร็วทันใจเสียด้วย

4. Affiliate Marketing เป็นการทำการตลาดออนไลน์ผ่านตัวแทนโฆษณา ที่ได้รับความนิยมในต่างประเทศ เมื่อตัวแทนสามารถทำให้คนเข้าเว็บไซต์เรา และสมัครสมาชิกหรือซื้อสินค้า หรือเงื่อนไขอื่น ๆ ตามที่ตกลงกันไว้ ก็จะได้รับค่าคอมมิชชั่น นับเป็นการลงทุนที่สมเหตุสมผล เพราะหากไม่มีคนเข้ามาก็ไม่ต้องเสียอะไร แต่หากมีคนเข้ามาย่อมได้ประโยชน์เกินกว่าค่าคอมมิชชั่นที่จ่ายให้ตัวแทนอยู่แล้ว

5. Contextual Targeting เป็นการโฆษณาตามกลุ่มเป้าหมายของสินค้านั้น ๆ เพื่อให้ได้ผลตอบรับที่ดีจากกลุ่มเป้าหมายโดยตรง เช่น โฆษณาเครื่องสำอางในเว็บไซต์สำหรับผู้หญิง ทั้งนี้อาจทำโดยการสร้างโฆษณาที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้อง ตรงความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย อาจเป็นบทความเกี่ยวกับอันตรายจากแสงแดด ที่มีภาพประกอบเป็นครีมกันแดดซึ่งมีคุณสมบัติป้องกันแสงแดดได้เป็นอย่างดีตามที่เขียนไว้ในบนทความ เป็นต้น

เราสามารถเลือกใช้กลยุทธ์การตลาดออนไลน์หลาย ๆ วิธีพร้อมกัน เพื่อให้ได้ผลตอบรับจากหลากหลายช่องทาง เป็นตัวช่วยทำให้อัตราการเข้าชมเว็บไซต์เพิ่มขึ้น และที่สำคัญต้องทำให้ในเว็บไซต์ของเรามีความน่าสนใจด้วย เพราะคงเปล่าประโยชน์หากมีคนเข้าเว็บไซต์มาแล้ว แต่ไม่พบอะไรที่น่าสนใจในเว็บไซต์เลย

วันพุธที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2559

เทคนิคการขายของออนไลน์ ง่ายๆ คุณก็ทำได้

เริ่มขายออนไลน์อย่างไรมี เทคนิคการขายของออนไลน์ มาฝาก

วันนี้มีการแนะนำในเรื่องของเทคนิคการขายของออนไลน์เบื้องต้น เป็นสิ่งที่ผู้สนใจที่จะหันมาทำการค้าขายผ่านออนไลน์ควรรู้ ซึ่งสิ่งต่างๆ ที่ควรรู้ในเบื้องต้นมีดังนี้

- ข้อมูลสำคัญ ข้อมูลเกี่ยวกับร้านค้า สินค้า ช่องทางการชำระเงิน หรือแผนที่ โดยต้องจัดทำไว้เป็นไฟล์ดิจิตอล
- ภาพถ่ายสินค้า ในการขายของออนไลน์ภาพถ่ายสินค้าถือว่ามีความสำคัญมากต่อการดึงดูดความสนใจและการตัดสินใจซื้อ เนื่องจากลูกค้าไม่มีโอกาสได้สัมผัสสินค้าจริงๆ ดังนั้นร้านค้าควรให้ความสำคัญในเรื่องนี้ด้วย
- เตรียมคน เตรียมระบบให้พร้อม ร้านค้าที่จะประบสบความสำเร็จได้ นอกจากการมีร้านค้าออนไลน์ที่สวยงาม สินค้าที่ดูน่าสนใจ จำเป็นจะต้องมีเบื้องหลังการทำงานที่เป็ฯระบบด้วยเพื่อการรับออร์เดอร์ที่ไม่ผิดพลาด การจัดเตรียมสินค้าได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว ตลอดจนการจัดส่งที่ตรงต่อเวลา การแบ่งหน้าที่หรือจัดระบบการทำงานต้องชัดเจน


- หัดใช้คอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน เป็นเครื่องมือที่สำคัญมากในการใช้เพื่อการขายสินค้าออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นการสร้างร้านค้าหรือการติดต่อกับลูกค้า ผู้ค้าจำเป็นต้องใช้งานคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนได้อย่างคล่องแคล่ว
- เขียนบทความเกี่ยวกับสินค้า บทความเป็นทั้งการให้ข้อมูลกับลูกค้า เป็นฐานข้อมูลให้กับทีมงานในการขายสินค้าหรือใช้ในการตอบคำถามของลูกค้า และยังช่วยในเรื่องของ SEO หรือการติดอันดับใน Search Engine ด้วย
- เตรียมข้อมูลสินค้า นอกจากจัดเตรียมรายการสินค้าต่างๆ ที่จะขายแล้ว ต้องจัดเตรียมในเรื่องของข้อมูลด้วย การให้ข้อมูลที่ละเอียดชัดเจนย่อมช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้า
- ทำเว็บไซต์ให้ดูน่าเชื่อถือ การสร้างร้านค้าหรือเว็บไซต์ขายสนิค้าออนไลน์มีให้เลือกมากมายหลายวิธีหลายช่อง มีทั้งเว็บไซต์ที่ให้บริการเปิดร้านค้าโดยการจ่ายแพ็กเกจรายปี มีทั้งเว็บไซต์สำเร็จรูปที่เรียกว่า CMS หรือจะจ้างคนเขียนเว็บไซต์ขึ้นโดยเฉพาะก็ได้
- การโปรโมท การมีร้านค้าออนไลน์ไม่ใช่เรื่องยาก แต่จะทำอย่างไรให้ร้านค้าเป็นที่รู้จักและมีลูกค้าเข้ามาที่ร้าน นั่นก็คือ การโปรโมท ซึ่งมีอยู่ 2 แบบคือ แบบที่ไม่เสียเงิน เช่น การพิมพ์เบอร์โทรของร้านไปกับกล่องพัสดุ การโฆษณาผ่านเว็บไซต์ของร้านเอง การทำนามบัตร และการโปรโมทที่เสียเงิน เช่น การซื้อแบนเนอร์โฆษณา หรือทำโฆษณากับ Facebook Ads ทำโฆษณา Google Adwords หรืออื่นๆ

เพียงแค่นำเอา เทคนิคการขายของออนไลน์ ที่นำเอามาฝากกันแค่นี้คุณก็ประสบความสำเร็จได้

วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ธุรกิจขายของออนไลน์ มีข้อดีและข้อเสียต่อธุรกิจอย่างไร

ธุรกิจขายของออนไลน์ มีข้อดีและข้อเสียต่อธุรกิจอย่างไร

ใน ปัจจุบันมีร้านค้าหลายร้านที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในการเปิดร้านค้าออนไลน์ ในขณะที่บางร้านกลับไม่ประสบความสำเร็จทางด้านี้เลย ที่เป็นเช่นนี้เพราะการเปิดร้านค้าออนไลน์นั้นมีทั้งข้อดีที่เป็นข้อได้ เปรียบในเชิงธุรกิจขายของออนไลน์และข้อเสียที่เป็นข้อควรระวัง ดังจะกล่าวถึงเป็นหัวข้อดังต่อไปนี้


ข้อดีของธุรกิจขายของออนไลน์

1. ต้นทุนต่ำ
2. เพิ่มประสิทธิภาพ
3. สร้างภาพลักษณ์ให้แบรนและองค์กร
4. มีโอกาสได้ลูกค้าเพิ่มมากขึ้น และสามารถให้บริการลูกค้าได้ในปริมาณมากขึ้น
5. อำนวยความสะดวกให้ลูกค้า
6. เพิ่มช่องทางการทำการตลาด
7. ลดความเสี่ยง

ข้อเสียของร้านค้าออนไลน์

1. มีการแข่นขันสูง
2. การเปิดร้านค้าออนไลน์นั้นง่าย แต่ทำให้ออกมาดีนั้นยาก
3. ลูกค้าบางคนไม่ซื้อ/ไม่กล้าซื้อ สินค้าบางอย่างจากร้านค้าออนไลน์
4. มีข้อจำกัด
5. มีความเสียงทางด้านเทคโนโลยี
6. มีความไม่ชัดเจนของมาตรฐานและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
6.1. ในประเทศไทย ยังไม่มีมาตรฐานในการทำธุรกรรมที่ดี และยังขาดระบบการชำระเงินที่มีประสิทธิภาพ
6.2. ยังไม่มีมาตรฐานการาทำบัญชีที่ชัดเจน สำหรับค่าใช้จ่ายและผลตอบแทนที่ได้จากธุรกิจออนไลน์
6.3. มีข้อกฎหมายบางอย่างที่ถ้าไม่ปฏิบัติตามอาจมีความผิด เช่นการเก็บบันทึกประวัติการเข้าใช้งาน (Log) ที่กล่าวใน พรบ. การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
6.4. กฎหมายการค้าออนไลน์ยังไม่มีความศักดิ์สิทธิ์ และยังขาดการสนับสนุนจากภาครัฐฯ อย่างแท้จริง

ธุรกิจขายของออนไลน์มีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่ข้อดีในเชิงของธุรกิจนั้นมีคุณค่ามากกว่าข้อเสียมาก ทุกธุรกิจพยายามนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้พัฒนาแนวทางการนำเนินธุรกิจให้ ดีขึ้นเสมอ หากผู้ที่ดำเนินธุรกิจสามารถใช้ประโยชน์จากข้อดีให้เป็นข้อได้เปรียบในเชิง ธุรกิจ และรับรู้ถึงข้อเสียและระมัดระวังไม่ให้เกิดขึ้น ก็จะมีโอกาสประสบความสำเร็จในธุรกิจร้านค้าออนไลน์นี้มากขึ้น

วันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ร้านขายของออนไลน์ อีกหนึ่งทางเลือกในการเปิดร้านค้า

ร้านขายของออนไลน์ อีกหนึ่งทางเลือกในการเปิดร้านค้า

ร้านขายของออนไลน์ ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือก หรือ อีกหนึ่งตัวเลือก ในการเปิดร้านขายสินค้า เพราะปัจจุบันนี้อินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตประจำวันของคนเราเป็นอย่างมาก ทำให้ก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า หรือ หากต้องการซื้อสินค้า ก็จะใช้อินเทอร์เน็ตเป็นสื่อกลางในการค้นหาข้อมูลต่างๆ และหากผู้ใช้งานเจอสินค้าที่ถูกใจและมีขายบนอินเทอร์เน็ตนั้นก็จะตัดสินใจซื้อสินค้าได้เลยทันที ไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางไปซื้อสินค้า ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางและปัจจุบันนี้ คนส่วนใหญ่ เริ่มคุ้นเคยกับการซื้อขายสินค้าออนไลน์ เริ่มไว้ใจและเชื่อมั่นในระบบการขายสินค้าออนไลน์เพิ่มมากขึ้น กล้าซื้อขายกันผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น ดังนั้น ร้านค้าออนไลน์ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีเลยทีเดียวในการตัดสินใจเปิดร้านขายของผ่านระบบออนไลน์



ร้านขายของออนไลน์ มีประโยชน์อย่างไร

สำหรับประโยชน์ของ ร้านขายของออนไลน์ นั้นมีมากมาย สิ่งที่เห็นกันได้อย่างชัดเจนคือ สะดวก ประหยัด นอกจากนี้การเปิดร้านค้าออนไลน์ยังมีประโยชน์อีกมากมายดังนี้์

- ร้านขายของออนไลน์ ช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายในการสร้างร้านค้าหลายๆ ร้าน เพียงคุณมีร้านขายของออนไลน์ แค่ร้านเดียว คุณก็สามารถขายสินค้าได้ทุกที่ ทั่วประเทศและทั่วโลกอีกด้วย

- ร้านขายของออนไลน์ ช่วยให้คุณขายของได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องคอยเฝ้าหน้าร้านตลอดเวลา วันไหนคุณไม่อยู่ร้านก็สามารถเปิด ร้านขายของออนไลน์ ขายสินค้าได้ตามปกติ

- ร้านขายของออนไลน์ ทำให้คุณสามารถเปิดร้านขายสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องนั่งเฝ้าหน้าร้านตลอดเวลา

- ร้านขายของออนไลน์ ช่วยให้ลูกค้าของคุณประหยัดค่าใช้จ่ายและประหยัดเวลาในการเดินทางมาซื้อสินค้า หมดกังวลเกี่ยวกับปัญหารถติด และสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ที่บ้านเลยเพียงเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้ากับเว็บไซต์เท่านั้น ก็สามารถเลือกซื้อและสั่งซื้อสินค้าได้แล้ว

- ร้านขายของออนไลน์ ช่วยให้คุณขายของได้ทุกพื้นที่ ไม่ว่าลูกค้าของคุณจะอยู่ที่ใดในประเทศ หรือ ในโลก เพียงแค่มีอินเทอร์เน็ต สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ ลูกค้าของคุณก็สามารถซื้อสินค้าและสั่งซื้อสินค้าได้ทุกที่ทุกเวลา

ร้านขายของออนไลน์ ช่วยให้ขายสินค้าได้ตลอด 24 ชม.
ร้านขายของออนไลน์ ช่วยให้คุณสามารถขายสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมงและลูกค้าของคุณก็สามารถเข้ามาเลือกซื้อ เลือกดูสินค้า หรือ สั่งซื้อสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมงเช่นกัน หมดกังวลเกี่ยวกับปัญหาไม่มีคนเฝ้าหน้าร้าน ทำให้เปิดร้านค้าไม่ได้ หรือ ต้องจำกัดเวลาในการเปิด ปิด ร้านค้า ทำให้เสียโอกาสในการขายสินค้าไปเป็นอย่างมาก ลูกค้าที่อยู่ไกล ไม่สามารถเดินทางมาซื้อสินค้าได้ แต่หากคุณใช้ ร้านขายของออนไลน์ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ก็จะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป ไม่ว่าลูกค้าจะอยู่ที่ใด ก็สามารถสั่งซื้อสินค้าจากร้านค้าของคุณได้ ช่วยให้สามารถขายสินค้าได้เพิ่มมากขึ้น มีรายได้มากขึ้น กำไรมากขึ้น อย่างเห็นได้ชัดเจนเลยทีเดียว

วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ขายของออนไลน์ อะไรดี

ขายของออนไลน์ อะไรดี ที่จะขายได้ไม่ขาดทุน

สำหรับคำถามยอดฮิตสำหรับคนที่อยากมีธุระกิจเป็นของตัวเองโดนการขายของออนไลน์ ซึ่งกำลังเป้นที่ยมมากในปัจจุบันก็คือ "ขายของออนไลน์ อะไรดี " เราจึงได้เอาแนวคิดดีๆมาขายผ่านร้านค้าออนไลน์ ซึ่งสรุปรวมๆแล้วได้สาระสำคัญมา 7 ข้อ เพื่อมานำเสนอให้ท่านที่อยากเปิดร้านขายของออนไลน์ได้ใช้เป็นแนวทางการหาสินค้าและการขายออนไลน์ ดังต่อไปนี้

ขายของออนไลน์ อะไรดี

1. ควรเลือกสินค้าที่มีน้ำหนักเบาและไม่แตกหักง่าย เพราะการขายสินค้าออนไลน์ส่วนใหญ่จะส่งของทางไปรษณีย์ไทย และส่งแบบด่วนพิเศษ (EMS) หากสินค้าน้ำหนักมากจะทำให้ค่าจัดส่งสูงตามไปด้วย หากคิดค่าจัดส่งกับลูกค้าแพงเขาอาจไม่ตัดสินใจซื้อกับเรา หากเราคิดค่าจัดส่งถูกกว่าความเป็นจริงจะทำให้เราควักทุนตัวเองมากเกินไปทำให้ได้กำไรน้อยหรืออาจขาดทุนได้ ในไม่ช้าเราก็จะล้มเลิกไปเสียก่อน
2. ช่วงแรกถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะขายได้หรือเปล่า แนะนำให้คุยกับแหล่งสินค้าขายส่ง เรื่องของส่วนลดพิเศษหรือเรื่องการสั่งซื้อ การส่งสินค้า อย่าลืมขอข้อมูลการติดต่อเขามาด้วย เพราะเราจะได้โทรเช็คสต๊อกสินค้ากับเขาได้ เมื่อมีลูกค้าสั่งของกับเรามาก็ค่อยไปซื้อของจากเขามาส่งลูกค้าอีกทีนึ่ง พยายามซื้อมาเผื่อไม่เกิน 1-5 ชิ้นก็พออย่าซื้อมามากเกินไปทุนจะจมอยู่กับของ เพราะเราไม่รู้จะขายได้จำนวนมากเท่าไหร่
3. แหล่งสินค้าขายส่ง ถ้าเป็นแหล่งที่หาซื้อได้ยากยิ่งดี เพราะคนทั่วไปจะหาซื้อได้ยาก เพราะเราต้องการให้เขาแวะเข้ามาดูสินค้ายังร้านค้าออนไลน์ของเรา เพราะเขาหาซื้อที่อื่นได้ยากนั่นเอง (ข้อนี้เป็นปัญหาใหญ่สำหรับทุกคน)
4. เลือกลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูง หรือตัดสินใจซื้อง่าย เพื่อการขายได้ง่ายขึ้น ได้แก่กลุ่มลูกค้าที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่และกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้หญิงที่เป็นนักช๊อปตัวยง ช๊อปกระจายเลยก็ว่าได้
5. มนุษย์สัมพันธ์เป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ ควรจะให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ เพราะพ่อค้าแม่ค้าขายส่งส่วนใหญ่จะพูดแข็งๆ ห้วนๆ ถ้าเจอลูกค้าพูดเยอะ ถามเยอะ แต่ซื้อน้อยเขาจะยิ่งไม่ชอบเรา ฉะนั้นพยายามพูดให้กระชับ ชัดเจนแต่นอบน้อม จะช่วยเพิ่มโอกาสได้สินค้าคุณภาพดีราคาถูกมาขายต่อได้ (เจ้าใหม่อย่างเราก็ต้องง้อเขาเป็นธรรมดา)
6. เป็นสินค้าที่เราชอบ เพราะจะขยันศึกษาข้อมูลเมื่อมีความชอบและข้อมูลสินค้าพร้อม การถ่ายทอดข้อมูลสู่ลูกค้า ความรู้สึกของเราจะถ่ายทอดไปสู่ลูกค้าด้วยทำให้ลูกค้าอยากซื้อของกับเรา เช่น คนที่รักการแต่งรถก็ขายอุปกรณ์แต่งรถ คนที่รักการแต่งหน้าก็ขายเครื่องสำอาง คนที่รักการสะสมแสตมป์ก็ขายชุดสะสมแสตมป์ เป็นต้น
7. เราจะขายสินค้าตามกระแสหรือสินค้าที่ขายได้ตลอดทุกฤดูกาล เพื่อจะได้กำหนดกลุ่มลูกค้าได้ถูก สินค้าตามกระแสหรือตามเทศกาล เช่น ปืนฉีดน้ำ ขายดีเฉพาะช่วงสงกรานต์ เป็นต้น หรือสินค้าที่ขายได้ตลอดทุกฤดูกาล เช่น เครื่องสำอางผู้หญิง เสื้อยืด เป็นต้น

เป็นอย่างไรกันบ้างจากบทสรุปทั้ง 7 ข้อที่เล่ามา ทำให้ท่านเกิดไอเดียและหมดปัญหากำคำถามที่ว่า”ขายของออนไลน์ อะไรดี” ได้แล้ว หรืออ่านแล้วก็ยังไม่รู้ว่าจะขายอะไรดีเหมือนเดิม หรือท่านใดที่วิธีการเลือกสินค้ามาขายออนไลน์ที่แตกต่างออกไปก็แชร์ไอเดียกันได้เลย

วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

เทคนิคการขายของออนไลน์ ที่ทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อเรื่อยๆ

5 เทคนิคการขายของออนไลน์ ที่ทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อเรื่อยๆ

หากลงโฆษณานิตยสาร 10,000 บาทสามารถทำให้คนสนใจและโทรมาที่บริษัทได้ 100 คน เท่ากับว่าเราจ่ายเงินต่อหัวอยู่ที่ 100 บาทเพื่อทำให้คนสนใจธุรกิจของเรา และหากว่า 20 คนในจำนวน 100 คนกลายเป็นลูกค้า เท่ากับว่าเราจ่ายเงินต่อการขายอยู่ที่ครั้งละ 500 บาท

สมมติว่าเราวางแผนให้ลูกค้าแต่ละคนใช้จ่าย 5,000 บาทกับธุรกิจของเรา และ 1,000 บาทในนั้นเป็นกำไร เราจะยอมจ่ายเงิน 500 บาทที่ว่ากี่ครั้งล่ัะ แน่นอนว่าหากเราอยากมีกำไรไปเรื่อยๆ ก็จะต้องลงทุนเงิน 500 บาทนั้นไปเรื่อยๆ เช่นกัน

เทคนิคการขายของออนไลน์ กับการรู้ว่าต้องจ่ายเงินเท่าไหร่เพื่อซื้อลูกค้าจะทำให้สามารถวางแผนและรู้ตัวเลขได้ว่ามูลค่าระยะยาวของลูกค้าแต่ละคนนั้นอยู่ที่เท่าไร ยกตัวอย่างร้านขายอาหารสุนัข ลูกค้าแต่ละคนใช้เงินซื้อสินค้าต่อปีอยู่ที่ 10,000 บาท อายุเฉลี่ยสุนัขอยู่ประมาณ 10 ปี ถ้าหากลูกค้าซื้อสินค้าเราประมาณครึ่งหนึ่งของเวลาหรือ 5 ปี เท่ากับว่ามูลค่าระยะยาวของลูกค้าอยู่ที่ 50,000 บาท

ลองคิดดูว่าหากเราสามารถทำให้เกิดการซื้อซ้ำและมีผลตอบแทนให้จากการแนะนำเพื่อน ถ้าหากว่าสามารถจูงใจลูกค้า 1 คนเข้ามาซื้อต่อเนื่องทุกๆ เดือนและทำให้เขาอยากแนะนำเพื่อนมาเป็นลูกค้าอีก 2 คน ก็จะทำให้ลูกค้าคนนั้นมีมูลค่าเท่ากับ 150,000 บาท และอย่าลืมว่าลูกค้าที่ถูกแนะนำมาก็สามารถพาคนอื่นๆ มาซื้อต่อได้เรื่อยๆ เช่นกัน

จะเห็นได้ว่าการมองแบบระยะยาวสำคัญมาก เมื่อเราเห็นมูลค่าระยะยาวของลูกค้า เราก็จะให้ความสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับพวกเขามากขึ้น การวางแผนเพื่อดึงลูกค้าให้กลับมาหาธุรกิจของเราเรื่อยๆ นั้นหัวใจหลักก็อยู่ที่ความสุขของลูกค้านั่นเอง และนี่คือ 5 เทคนิคการขายของออนไลน์ ที่ทำให้เกิดการซื้อซ้ำ



1.ทดลองและวัดผลทุกอย่าง
ทำการทดลองและวัดผลทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นการลงโฆษณาหรือการทำการตลาดต่างๆ ตัวเลขสถิติเหล่านั้นต้องนำมาคำนวณเพื่อวัดประสิทธิภาพสิ่งที่ทำไปให้ได้ เพราะเมื่อเรารู้ค่า ROI (ค่าตอบแทนจากการลงทุน) เราก็จะสามารถรู้ได้ทันทีว่าแผนการตลาดนั้นคุ้มค่าเงินที่ลงไปหรือไม่ หากไม่คุ้ม เราจะได้ไหวตัวและแก้เกมได้ทันนั่นเอง

2.ขยันใช้ข้อมูล
ข้อมูลคือทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดของบริษัท อย่าแค่ไปเก็บข้อมูลเพื่อนำเข้าแฟ้มเฉยๆ แต่ให้เอามาวิเคราะห์และประมวลผล หาทุกโอกาสที่สามารถทำได้เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ธุรกิจ

3.สัญญาแล้วทำให้ได้
คำสัญญาหรือการเสนอโปรโมชั่นใดควรทำให้ได้จริง ธุรกิจของเราจะต้องดำเนินไปอย่างที่เคยประกาศไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม เช่น บอกว่าสะสมแต้มครบแล้วจะได้ของสมนาคุณ ก็ต้องมีของให้กับลูกค้าจริงๆ สิ่งเล็กน้อยเหล่านี้จะสะสมเป็นความรู้สึกของลูกค้าต่อธุรกิจของเราในที่สุด กฎก็คือ สัญญาน้อยๆ เข้าไว้ แต่เมื่อถึงเวลาให้จึงค่อยให้มากๆ ลูกค้าจะประทับใจแน่นอน

4.สื่อสารหาลูกค้าเรื่อยๆ และทำให้น่าสนใจ
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าขาดการติดต่อเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นวันสำคัญ เช่น วันขึ้นปีใหม่ วันวาเลนไทน์ หรือ วันเกิดของลูกค้า เราสามารถใช้โอกาสเหล่านี้ติดต่อไปยังลูกค้าเพื่ออวยพรหรือเสนอโปรโมชั่นพิเศษ ต้องคอยเตือนให้พวกเขารู้ว่าพวกเขาเป็นลูกค้าคนพิเศษของเราอยู่เสมอ ซึ่งจะทำให้ลูกค้านึกถึงเราและเลือกซื้อสินค้าจากเราเป็นแบรนด์แรกๆ

5.ทำให้ลุกค้าซื้อได้อย่างสะดวกและให้น่าสนใจ
ลองทำตัวเป็นลูกค้าแล้วทดลองใช้สินค้าหรือบริการตามช่องทางปกติเพื่อดูว่ามีอุปสรรคอะไรในการซื้อหรือไม่ ลองคิดว่าหากเราเป็นลูกค้า เราอยากให้เปลี่ยนอะไรบ้าง หรืออาจลองถามลูกค้าเลยก็ได้เพื่อดูว่าจะการซื้อขายให้ง่ายขึ้นได้อย่างไร

เป็นยังไงกันบ้างกับ เทคนิคการขายของออนไลน์ ที่ได้นำมาฝากกัน ท้ายที่สุดแล้วคนเราก็เลือกซื้อสินค้าหรือบริการจากธุรกิจที่ชอบ และภักดีกับแบรนด์ที่รู้สึกดีหรือผูกพันด้วย คนจำนวนมากยินดีจ่ายมากกว่าเพื่อสิ่งของหรือบริการที่ดีกว่า เพราะฉะนั้นการแข่งขันเรื่องราคาจึงไม่ใช่คำตอบเสมอไป อย่าลืมหาวิธีพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจของเราและลูกค้าอยู่เสมอ เพราะคงไม่มีใครอยากเสียลูกค้าให้คู่แข่งอย่างแน่นอน ไม่แม้เพียงคนเดียวก็ตาม

วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2559

เริ่มต้นการทำธุรกิจส่วนตัว ทำธุรกิจออนไลน์

เริ่มต้นการทำธุรกิจส่วนตัว ทำธุรกิจออนไลน์

ในปัจจุบันนี้ การทำธุรกิจ ในทางออนไลน์มีมากมายแต่เราจะหาวิธีที่จะแข่งขันกับคนอื่นได้อย่างไร ดังนั้นเราจึงต้องสร้าง หน้าร้านค้าออนไลน์ของเราออกมา เช่น เว็บไซต์ , Facebook Fanpage เพื่อเอาไว้นำเสนอสินค้าของเรา สิ่งที่สำคัญในการทำธุรกิจนั่นก็คือ การตลาดออนไลน์ หากการตลาดเราดีเราก็มี โอกาสที่จะได้ขายของมากว่าผู้อื่นดังนั้นเราควรศึกษาหลักการทำการตลาดให้ดีโดยส่วนมาก มักจะทำใน Google (SEO, Adwords) , Social Media และ Youtube เป็นต้น


เริ่มต้นธุรกิจส่วนตัว อะไรดี

ในโลกของชีวิตจริง “เริ่มต้นธุรกิจ” ทำได้ง่ายมากขึ้น เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหน ก็มีแต่คนที่สนใจจะทำธุรกิจส่วนตัว เด็กรุ่นใหม่หลายคนก็ตั้งมั่นแน่วแน่ว่าจะทำธุรกิจส่วนตัวทันทีที่เรียนจบ นั้นก็เพราะยุคนี้ การรวยเร็ว ไว และประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย จะช่วยให้มีเวลาที่เหลือใช้ชีวิตได้ตามที่ใจต้องการ

การเริ่มต้นธุรกิจที่ดี ควรคำนึงถึงความสามารถ และ Connection เป็นหลักเพราะทั้ง 2 สิ่งนี้เป็นส่วนประกอบของโอกาสที่เป็นต้นทุนดีกว่าคนอื่น ช่วยเปิดทางให้แนวคิดในการเริ่มต้นทำธุรกิจอะไรก่อนดีนั่นเอง

ด้วยความสามารถและ Connection ต่างๆ จะเป็นวัตถุดิบชั้นดี ในการค้นหาธุรกิจทีต้องการเริ่มต้นทำก่อนเป็นอันดับแรก และเมื่อค้นหาเจอแล้วต้องทุ่มเทกับให้สุดชีวิตครับ เพื่อนำประสบการณ์มาสร้างธุรกิจเดิมหรือธุรกิจอื่นๆได้ดียิ่งขึ้นต่อไป

อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ทำอย่างไรดี

เมื่อทำธุรกิจส่วนตัวแล้วมั่นคงในสักระยะนึ่ง ผลตอบแทนย่อมสูงกว่าการเป็นมนุษย์เงินเดือนอย่างแน่นอน นั้นก็เพราะรายได้เกิดจากกลุ่มลูกค้าหลายทางหลายพื้นที่ ซึ่งมากกว่าการเป็นมนุษย์เงินเดือนที่รับรายได้เพียง 1 ทางเท่านั้น

การทำธุรกิจของตัวเองนั้นไม่สามารถทำได้ในทันทีทันใด เมื่อทำธุรกิจของตัวเอง ต้องผ่านช่วงของการเรียนรู้ทุกขั้นตอน เช่น การต่อรองราคา, การค้าหาสินค้าที่ขายได้, การค้นหาช่องทางการขายและการโฆษณา ซึ่งสิ่งๆต่างๆเหล่านี้เปลี่ยนแปลงเร็ว และไม่ค่อยแน่นอน ทำให้คนทำธุรกิจตัวเอง ต้องปรับตัวเร็วและตื่นตัวมากกว่าการทำงานประจำ ส่งผลให้คนที่ ”อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ” ต้องขยัน อดทน พัฒนา และมีวิสัยทัศน์ในการทำธุรกิจพอตัวทีเดียว
การค้นหา ” ธุรกิจที่เหมาะกับตัวเอง ” จะเริ่มต้นด้วยสิ่งที่ตัวเองถนัด และรู้ดีที่สุด จะเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่สุด หลังจากนั้นจึงต่อยอดไปสู่สิ่งที่รักและธุรกิจตัวเองที่อยากสร้าง โดยต้องพัฒนาทักษะและความสามารถควบคู่กันไปด้วย
ในช่วงเริ่มต้นทำธุรกิจออนไลน์ของตัวเองควรใช้จุดเด่นของตัวเอง ช่วยให้ได้เปรียบคู่แข่ง และสามารถใช้จุดนี้ในการทำการตลาด โปรโมทเพิ่มเติมได้อีกด้วย

วันพุธที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2559

เทคนิคขายของออนไลน์

เทคนิคขายของออนไลน์ทำไมถึงเยอะ แล้วเทคนิคนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร

“ออนไลน์” เป็นคำที่แสดงถึงสถานะที่มีการเชื่อมต่อกับเครือข่ายใดๆ ซึ่งในเรื่องที่เราพูดถึงกันอยู่นี้ จะหมายถึงเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ดังนั้น “ขายของออนไลน์” ก็คือ การขายของทางอินเตอร์เน็ต ที่เราได้ยินบ่อยๆ นั่นเอง หรือถ้าให้อธิบายแบบวิชาการ จะเรียกว่า “ อีคอมเมิร์ซ (e-Commerce)” หรือ “พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์” ซึ่งหมายถึงการดำเนินการซื้อขายสินค้าและบริการด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต

การขายของออนไลน์ในปัจจุบันกำลังเป็นที่น่าสนใจของพ่อค้าแม่ค้าหลายต่อหลายคน ซึ่งเทคนิคขายของออนไลน์นั้นแตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นโฆษณาต่างๆ ด้วยวิธีการเหล่านี้จะทำให้การค้าขายสินค้าของเราเข้าถึงให้กับผู้ใช้ได้เร็วขึ้น  แต่พ่อค้าแม่ค้ามือใหม่หลายคนยังขายประสบณ์การเพราะว่าการขายของออนไลน์นั้นไม่ว่าใครก็ทำได้ ดังนั้นเรามาดูว่าปัญหาของธุรกิจรายย่อยแบบนี้เกิดปัญหาอะไรบ้าง




  1. ขาดการวิเคราะห์ธุรกิจ
จะเห็นได้ทั่วไปในการทำการตลาด นักธุรกิจรายย่อย ( SME ) มักจะขาดการวิเคราะห์ธุรกิจเสมอ เราจะแบ่งเป็น 3 ประเภท
  • การตลาดแบบ นิช มาร์เก็ต ( Niche Market ) คือ การลงโฆษณา ทำการตลาด เฉพาะ กลุ่มที่สนใจเท่านั้น โดยผ่านการวิเคราะห์ วางแผน ธุรกิจมาแล้ว อย่างดี เลือกเฉพาะกลุ่มคนที่สนใจ สินค้าของเราเท่านั้น
  • การตลาดแบบ หว่านแห ( Mass ) คือ การลงโฆษณา ทำการตลาด แบบเจาะกลุ่มเป้าหมายกว้างๆ  จะเจาะเป็นภาพรวมทั้งหมด ทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณเป็นอย่างมาก โดยไม่ค่อยมียอดขายเท่าใดนัก แต่จะมีผลดีในการสร้างแบรนด์มากกว่า (เหมาะสำหรับผู้มีงบประมาณสูง)
  • การตลาดแบบ เฉพาะเจาะจงมากๆ ( Long Tail ) คือ การลงโฆษณา ทำการตลาด เฉพาะ กลุ่มที่สนใจจริงๆเท่านั้น และ ยังระบุ รุ่น ยี่ห้อ ราคา อย่างสมบูรณ์ วิธีการนี้ บ่อยครั้งที่จะขายสินค้าได้ โดยไม่จำเป็นต้องพูดอะไรซักคำเดียว
  1. ความรู้พื้นฐานไม่เพียงพอ
ต้องยอมรับว่าในปัจจุบันการทำการตลาดในโลกออนไลน์นั้น มีความนิยมกันมากขึ้น ดังนั้น จึงมีการแข่งขันมากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน เราจึงเห็นนักธุรกิจรายย่อย หรือ เจ้าของกิจการเล็กๆ ( SME )  ที่ลงทุนเงิน ลงทุนเวลา ทำการตลาดออนไลน์แล้วไม่เกิดผลลัพธ์… เพราะ พวกเขาไม่มีความรู้พื้นฐานมากพอนั้นเอง
  1. ซื้อความรู้ในราคาแพงเกินไป
ความหมายของคำว่า ซื้อความรู้ หมายถึง การที่เจ้าของธุรกิจรายย่อย ( SME ) ได้ทำการลองผิดลองถูก โดยจ้างนักการตลาดในโลกออนไลน์ ลงโฆษณานู้นนี้ หลากหลายช่องทาง เป็นจำนวนเงิน หลักหมื่น ถึง หลักแสน ( จากคนที่ไม่รู้จริง ) แล้วเกิดผลลัพธ์บ้าง ไม่เกิดผลลัพธ์บ้าง เป็นการซื้อความรู้ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าเป็นการซื้อประสบการณ์นั้นเอง

ทำไมเดี๋ยวนี้คนหันมาขายของออนไลน์กันเยอะจัง?

- คนไทยใช้งานอินเตอร์เน็ตมากกว่าเมื่อก่อนมาก มากจนอินเตอร์เน็ตกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันที่ขาดไม่ได้ของใครหลายคนไปแล้ว ไม่เพียงแค่การใช้งานอินเตอร์เน็ตผ่านทางเครื่องคอมพิวเตอร์พีซีหรือโน๊ตบุ๊คแบบเดิมๆ เดี๋ยวนี้เราเชื่อมต่อกับโลกอินเตอร์เน็ตได้ตลอดเวลาผ่านทางมือถือสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่พกพาติดตัวไปไหนต่อไหนได้อย่างสะดวก เรียกว่าออนไลน์กันได้ทั้งวัน ในเมื่อกลุ่มเป้าหมายที่อาจจะเป็นลูกค้าใช้เวลาอยู่กับอินเตอร์เน็ต คนขายของก็มานำเสนอขายสินค้ากันที่นี่แหละ
- ทำตามกระแส ทำตามคนอื่น ได้ยินว่าคนโน้น คนนี้ เพื่อน ญาติพี่น้อง คนรู้จักทำกัน ขายของออนไลน์แล้วได้เงินเยอะ จนซื้อรถซื้อบ้านได้ เลยอยากลองทำ เผื่อจะรวยแบบเค้าบ้าง
- หารายได้เพิ่ม / รายได้เสริม สำหรับคนที่ไม่ได้มีอาชีพค้าขาย อย่างคนที่ทำงานประจำ แม่บ้าน นักศึกษา ตลอดจนคนที่เคยเป็นผู้ซื้อแต่อยากเปลี่ยนเป็นผู้ขายบ้าง ก็หันมาขายของออนไลน์กันเพิ่มขึ้นๆ ทุกวัน หารายได้เสริม หรือเผื่อจะได้เป็นอาชีพหลักในอนาคตต่อไป
- คนนิยมค้นหาข้อมูลสินค้าและร้านค้าบนอินเตอร์เน็ตมากขึ้น
- คนไทยกล้าซื้อของออนไลน์กันมากขึ้น
- เพิ่มช่องทางการขาย สำหรับคนขายสินค้าที่มีร้านค้า หรือสถานที่ขายของเป็นหลักเป็นแหล่งอยู่แล้ว การเปิดร้านค้าออนไลน์ควบคู่กันไปด้วยทำให้ได้ลูกค้าเพิ่มขึ้น ทีนี้ก็สามารถขายของให้กับลูกค้าที่อยู่ไกลไม่สะดวกมาที่ร้านได้แล้ว


จากการเกิดปัญหาของนักธุรกิจหรือพ่อค้าแม่ค้ามือใหม่ ดังที่ได้กว่ามานั้นจึงเกิดมีเทคนิคขายของออนไลน์เกิดขึ้นมากมายหลายรูปแบบแล้วแต่คนจะคิดและสรรหาวิธีในการ นำสินค้าเพื่อนำเสนอต่อลูกค้า

วันพุธที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2559

ขายของออนไลน์ อะไรดี

ขายของออนไลน์ อะไรดี ที่น่ารุ่ง

ในช่วงนี้การขายสินค้าทางออนไลน์นั้นกำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากใน ขณะนี้ละหลายคนก็อย่างจะขายของบ้าง จึงเกิดคำถามนี้ขึ้นมา “จะขายของออนไลน์ อะไรดีละ”



สินค้าเฉพาะกลุ่ม 
สินค้าที่ขายให้กับลูกค้าเฉพาะกลุ่ม หรือที่เรียกว่า “นิชมาร์เกต (Niche Market)” เช่น สินค้าสำหรับคนท้อง สินค้าสำหรับคนอ้วน สินค้าสำหรับแต่งตัวเลียนแบบตัวการ์ตูน (Cosplay) เป็นต้น จะทำให้   เจาะจงและเข้าถึงลูกค้าเฉพาะกลุ่มได้ไม่ยาก เพราะหากสามารถจับและเข้าถึง กลุ่มลุกค้านี้ได้แล้วลูกค้าจะจดจำร้าน ของคุณได้  ทำให้โอกาสในการขายมีมากกว่าและจะมีเข้ามาอย่าง ต่อเนื่องได้

สินค้าตามกระแสนิยม
 สินค้าบางชนิดจะได้รับความนิยมในบางช่วงเวลา หรือดาราคนดังใช้สินค้าอะไรอยู่ ก็จะพยายามหาซื้อสินค้าแบบเดียวกับที่ดาราหรือคนดังคนนั้นใช้ เช่น ที่คาดผมขนาดใหญ่ แว่นตาแปลกๆ อูคูเลเล่ คนที่สนใจจะขายสินค้าตามกระแสจะต้องคอยติดตามข่าวคราว ของสินค้าเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ของสินค้าตามกระแสจะเป็นกลุ่มวัยรุ่น

สินค้าที่หายากหรือผลิตจำนวนจำกัด
 สินค้าที่หาซื้อยาก (Rare Item) หรือผลิตจำนวนจำกัด (Limited Edition) มีเพียงไม่กี่ชิ้น ย่อมขายได้ในราคาสูง และมีคนที่ยอมทุ่มเงิน เช่น ของเก่า ของสะสม ของเล่น และถ้าสามารถทำให้ค้นหาสินค้าและร้านค้าของคุณได้ง่ายในอินเทอร์เน็ต ก็จะช่วยให้สินค้าของคุณขายได้ง่ายยิ่งขึ้น

สินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
เป็นสินค้าที่มีความแตกต่าง ไม่เหมือนร้านอื่น ลูกค้าจะต้องมาซื้อที่ร้านของคุณเท่านั้น เช่น เสื้อผ้าที่มีลวดลายเฉพาะ สินค้าทำมืออย่างตุ๊กตาไหมพรม  อย่างไรก็ตามจะต้องสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่า สินค้าเป็นของดีมีคุณภาพ ลูกค้ามักจะไม่รู้จักมาก่อน ต้องใช้เวลาในการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้าอยู่พอสมควร ลงรูปสินค้าในทุกมุม  อธิบายรายละเอียดให้ครบถ้วน  จุดเด่นของสินค้า หรือการดูแลรักษา จะช่วยให้น่าเชื่อถือ และตัดสินใจซื้อได้ไม่ยาก

สินค้าที่ลุกค้าอายที่จะซื้อ  
มีสินค้าบางชนิดที่ลูกค้าไม่กล้าไปซื้อที่หน้าร้าน เพราะอาจจะอายไม่ต้องการเปิดเผย สินค้าที่มีลักษณะนี้ เช่น สินค้าเกี่ยวกับเรื่องเพศ ชุดชั้นในเซ็กซี่ ชุดเซ็กซี่ ถุงยางอนามัย

สินค้าที่มีขนาดเล็กและมีน้ำหนักเบา  
การขายสินค้าที่มีขนาดเล็กและมีน้ำหนักเบาจะ สร้างความได้เปรียบในการจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้า เพราะจัดส่งได้ง่ายและประหยัดกว่า ได้แก่ แหวน สร้อยคอ แสตมป์ การ์ด โดยเฉพาะ ของที่จัดชุดได้ อย่างแสตมป์และการ์ด จะมีราคาสูงและทำกำไรจาก การขายได้มาก แต่คุณต้อง ระวังในการจัดส่งสินค้า เพราะอาจสูญหาย จึงควรส่งแบบที่มีความปลอดภัย มากขึ้น

สินค้าที่มีเรื่องราว
สินค้าที่มีเรื่องราวหรือประวัติมายาวนาน จะทำให้มูลค่าของสินค้า เพิ่มขึ้น และขายในราคาสูงกว่าสินค้าประเภทเดียวกันแต่ไม่มีเรื่องราวได้ เช่นรูปปั้นแบบโบราณ โคมไฟทรงโบราณ ตุ๊กตาดินเผาแบบโบราณ

สินค้าที่ซื้อไปทำด้วยตนเอง (DIY : Do It Yourself) 
ลูกค้าบางคนชอบซื้อสินค้าประเภทที่ซื้อไปทำต่อเองได้ เช่น ชุดทำอาหารง่ายๆ ชุดถักโครเชต์ ชุดอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน ต้นไม้ขนาดเล็ก ที่ต้องรดน้ำเพื่อให้โตเอง ชุดประกอบพลาสติก เป็นต้น

กล่าวมานั้นคำถามที่ว่าขายของออนไลน์ อะไรดี สำหรับหลายคนก็คงจะคิดออกแล้ว่าจะขายอะไรดี สำหรับใครที่ยังคิดไม่ออกก็ลองหาสิ่งที่คุณถนัดหรือมีความรู้ในเรื่องนั้นลันำมาปรับประยุกย์เพื่อให้ได้สินค้าตัวใหม่ แล้วนำมาขายดูนะ