แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขายของออนไลน์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขายของออนไลน์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2559

ตลาดออนไลน์ กับแนวโน้นของตลาด

แนวโน้มการทำการ ตลาดออนไลน์ ในปี 2016

ถ้าพูดถึงแนวโน้มการทำการตลาดออนไลน์ในปี 2016 นี้ หากเราจับกระแสได้ว่า การตลาดจะเปลี่ยนไปในทิศทางไหน เราก็จะสามารถ เลือกเครื่องมือที่จะนำมาใช้ได้อย่างเหมาะสมกับเวลาและยุคสมัยที่เปลี่ยนไป และเครื่องมือที่สอดคล้องกับแนวโน้มของ Digital Marketing ในปี 2016 นี้ ผมก็ได้สรุปออกมาตามนี้

1. Digital VDO
ผู้คนจะสนใจ Content ที่เป็น VDO หรือ VDO Clip สั้นๆ มากขึ้น และส่วนใหญ่ก็จะดูบน Mobile นั่นแหละครับ เป็นผลมาจากข้อแรก ดังนั้น ถ้าเราสามารถสร้างเนื้อหาให้อยู่ในรูปแบบ VDO ได้ ก็จะดีมาก

2. Mobile
เข้าสู่ยุคของ Mobile First ซึ่งเป็นอีกยุคของ โทรศัพท์มือถือ สำหรับนักการตลาดแล้ว Mobile จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญ ที่จะทำให้ข้อมูลของสินค้าและบริการ เข้าถึงผู้บริโภคได้แทบจะในทันที ทุกที่ ทุกเวลากันเลย ดังนั้นหากจะโปรโมทอะไร ให้คำนึงถึงผู้รับข่าวสาร ขณะเปิดมือถือขึ้นมาอ่านด้วยส่วนนักการตลาดเอง ก็สามารถตอบคำถาม หรือข้อสงสัยของลูกค้า ได้ในทันที ทุกที่ ทุกเวลา ได้เช่นเดียวกัน ไม่ต้องจ้าง Customer Service มาคอยตอบ หรือต้องรอเปิดคอมก่อน ถึงจะตอบได้และคนที่มีเว็บไซต์ ถ้าปรับปรุงเว็บไซต์ให้รองรับการอ่านบนมือถือได้ก็จะดีมาก หรือ ถ้าจะทำโฆษณา ก็ให้คำนึงถึงผู้ที่จะเห็นโฆษณาบนมือถือด้วย ว่าเขาจะเห็นโฆษณาเรา หน้าตาอย่างไร



3. Facebook Ads
Facebook Ads สามารถเข้าถึงกลุ่ม Audience เป้าหมาย ที่มีความสนใจในเรื่องต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เพราะ Facebook มีข้อมูลของผู้ใช้งาน ทั้งอายุ เพศ สถานะความสัมพันธ์ และความสนใจต่างๆ ไม่ว่าเราจะพูดถึงอะไร? กด Like เพจไหน? คอมเม้นต์กับใคร? เข้ากลุ่มไหน? ชอบหนังสืออะไร? ชอบกีฬาอะไร?

4. Google AdWords
Google AdWords ก็ยังคงเป็นเครื่องมือทำโฆษณาที่ทรงประสิทธิภาพเช่นเคย เพราะสามารถเข้าถึงกลุ่ม Audience เป้าหมาย จากคำค้นหา หรือ Keywords ที่ค้นหาบน Search Engine และยังมีฟีเจอร์โฆษณา สำหรับ VDO โดยเฉพาะอีกด้วย สั่งตรงจาก YouTube มาเลย ใครยังไม่เคยลอง

5. Tracking & Analytics
การติดตามวัดผล ไม่ว่าจะด้วย Facebook Insight หรือ Google Analytics หรืออะไรก็ตามที่วัดผลได้ เป็นเครื่องมือที่สำคัญสำหรับนักการตลาดออนไลน์เลยทีเดียว เพราะหากเราทำโฆษณาออกไปแล้ว แต่ไม่สามารถติดตามวัดผลอะไรได้เลย ก็เหมือนพายเรือวนอยู่ในทะเล ไม่รู้ทิศทาง ไม่รู้ว่าควรไปต่อ หรือถอยกลับ อะไรคุ้ม อะไรไม่คุ้ม เพราะฉะนั้น เครื่องมือนี้ จะช่วยให้เราประหยัดค่าใช้จ่าย และเพิ่มผลกำไรให้กับธุรกิจแน่นอน

6. AutoResponder (Email Marketing)
เครื่องมือในตำนานสำหรับผู้ที่ชื่นชอบ Email Marketing ที่สามารถเข้าถึงกลุ่ม Audience เป้าหมาย ที่ได้ลงชื่อกับเราเอาไว้ จึงอยู่ใน List ของเราอยู่แล้ว เรียกได้ว่า เป็นกลุ่มที่กรองมาแล้วชั้นนึงและถึงแม้จะเป็นเครื่องมือในตำนาน ที่ยังใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ปีนี้ นักการตลาด อาจจะต้องเริ่มวิวัฒนาการวิธีการใช้งาน ให้เป็น Email Content Marketing คือเน้นที่การสร้าง Content ให้มีประโยชน์มากขึ้นด้วย

เครื่องมือหลักๆ เหล่านี้ หากใช้ประกอบกัน จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทางการตลาดได้อย่างมากมายมหาศาล หรือเราอาจเสริมด้วยเครื่องมือการตลาดอื่นๆ ได้อีก เช่น เครื่องมือทำ SEO หรือ เครื่องมือประเภท Social Media ก็มีอีกมากมายนับไม่ถ้วน แต่ที่สำคัญ ไม่ว่าจะเลือกใช้เครื่องมือตัวไหน ก็ควรใช้มันในทางสร้างสรรค์ด้วย

วันอาทิตย์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2559

คำถามชวนสงสัย "จะขายออนไลน์อะไรดี"

จะขายออนไลน์อะไรดี

ในปัจจุบันนี้การขายของบนโลกออนไลน์นั้นกำลังฮิตกัน และก็เกิดคำถามขั้นมาว่า สงสัย "จะขายออนไลน์อะไรดี" สำหรับวันนี้เราจะมาหาคำตอบกันว่าจะขายอะไรดี

1 สินค้าเฉพาะกลุ่ม
สินค้าเฉพาะกลุ่ม ในที่นี้ หมายถึงสินค้าที่เราขายให้กับกลุ่มคนที่ชื่นชอบสิ่งเดียวกัน รักสิ่งเดียวกันเหมือนพวกชมรม กรุ๊ป ที่เค้าจะรวมตัวกัน เพราะมีความคิด ชอบ รักในสิ่งเดียวกันอย่างเช่น ของเล่น ของสะสม อุปกรณ์รถยนต์ อุปกรณ์แต่งหน้า ของตกแต่งบ้าน

2 การขายโดยมีจุดยืนที่เด่นชัด
สำหรับคนที่ยังมองหาอยู่ ว่าจะขายออนไลน์อะไรดี ไอนั่นก็ดี ไอนี่ก็น่าสนใจ ไอนู่นก็อยากทำช้อยในใจเยอะมาก ดังนั้นแนวทางมีดังนี้จัดร้านตัวเองให้โดดเด่นโดยการบอกจุดยืนของร้านเราว่าเราจะมั่นคง ยืนหยัด อยู่ทีแนวนี้เท่านั้นนะเพื่อง่ายต่อการเจาะกลุ่มลูกค้า และง่ายต่อการโปรโมท"หลายคนอาจมองว่า อย่างนี้ ก็ทำให้กลุ่มเป้าหมายน้อยลงอ่าสิ"ถ้าหากเรามองให้ลึกลงไปนั้น กลุ่มเป้าหมายอาจไม่หลากหลายเท่ากับการเปิดขายทุกเพศทุกวัยแบบนั้น แต่มันทำให้เราเข้าถึงเป้าหมายที่เราถนัดได้ง่าย ได้ดี ได้ลึกซึ้ง เข้าใจและนอกจากนั้น มันยังทำให้ร้านของเราดูเชี่ยวชาญ ดูเด่นลูกค้าเข้ามาก็ไม่ต้องลังเลว่า เอ๊ะ ร้านนี้จะมีอันนี้ขายไหมนี่จะสั่งซื้อได้ไหมนะ ? แต่เราทำให้ลูกค้า เข้ามาร้านเราปั๊ปมั่นใจได้ทันทีว่าใช่ ร้านนี้แหละขายสินค้าเฉพาะผู้หญิงฉันเป็นผู้หญิง ฉันมั่นใจว่าเสื้อตัวนี้ต้องของผู้หญิงชัวร์ ของใช้อันนี้ต้องของผู้หญิงชัวร์ๆ

 


3 ขายในสิ่งที่ถนัด แต่ทำให้แตกต่าง
เราถนัดอะไร ก็ทำในแบบนั้น แต่แค่มองให้ลึกลงไปมองหาสิ่งใหม่ๆ ที่คล้ายกัน ใกล้เคียงกัน แต่ไม่ได้มีเยอะมากมายจนกลายเป็นสินค้าที่ล้นตลาดขนาดนั้นอย่างเช่น สมมติเราชอบเสื้อผ้า อยากขายเสื้อผ้าแต่ถ้าจะขายเสื้อผ้าทั่วๆไป มันก็ล้นตลาดใช่ไหมคะ ?ดังนั้น เราก็ลองเปลี่ยนมาเป็นเสื้อผ้าเฉพาะทางที่หาตามท้องตลาดยาก หรือ มีน้อยเช่น เสื้อผ้าคนอ้วน หรือ บิ๊กไซส์ อะไรแบบนี้ มันก็เป็นเสื้อผ้าเหมือนกัน เพียงแต่แค่ขนาดต่างกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้

4 สินค้าที่คนซื้อ ไม่กล้าซื้อ
ลองหาและคิดดูว่า อะไรบ้างนะ ที่คนไม่ค่อยกล้าซื้อหรือเวลาซื้อต้องไปคนเดียว ต้องไปซุ่มดูก่อนหรือต้องดูก่อนว่าคนขาย ผู้ชายหรือผู้หญิง ถึงจะกล้าซื้อ ?เช่น ชุดชั้นในแนว sexy มีสาวๆหลายคนอยากได้แต่บางคนอาจจะลังเล ไม่กล้าไปซื้อ อาย เขิล แต่ก็อยากใส่นะไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลยย เป็นเรื่องปกติมากค่ะ พอเราเห็นอย่างนี้เราก็เอามาเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจเราได้เลยย

วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ธุรกิจขายของออนไลน์ มีข้อดีและข้อเสียต่อธุรกิจอย่างไร

ธุรกิจขายของออนไลน์ มีข้อดีและข้อเสียต่อธุรกิจอย่างไร

ใน ปัจจุบันมีร้านค้าหลายร้านที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในการเปิดร้านค้าออนไลน์ ในขณะที่บางร้านกลับไม่ประสบความสำเร็จทางด้านี้เลย ที่เป็นเช่นนี้เพราะการเปิดร้านค้าออนไลน์นั้นมีทั้งข้อดีที่เป็นข้อได้ เปรียบในเชิงธุรกิจขายของออนไลน์และข้อเสียที่เป็นข้อควรระวัง ดังจะกล่าวถึงเป็นหัวข้อดังต่อไปนี้


ข้อดีของธุรกิจขายของออนไลน์

1. ต้นทุนต่ำ
2. เพิ่มประสิทธิภาพ
3. สร้างภาพลักษณ์ให้แบรนและองค์กร
4. มีโอกาสได้ลูกค้าเพิ่มมากขึ้น และสามารถให้บริการลูกค้าได้ในปริมาณมากขึ้น
5. อำนวยความสะดวกให้ลูกค้า
6. เพิ่มช่องทางการทำการตลาด
7. ลดความเสี่ยง

ข้อเสียของร้านค้าออนไลน์

1. มีการแข่นขันสูง
2. การเปิดร้านค้าออนไลน์นั้นง่าย แต่ทำให้ออกมาดีนั้นยาก
3. ลูกค้าบางคนไม่ซื้อ/ไม่กล้าซื้อ สินค้าบางอย่างจากร้านค้าออนไลน์
4. มีข้อจำกัด
5. มีความเสียงทางด้านเทคโนโลยี
6. มีความไม่ชัดเจนของมาตรฐานและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
6.1. ในประเทศไทย ยังไม่มีมาตรฐานในการทำธุรกรรมที่ดี และยังขาดระบบการชำระเงินที่มีประสิทธิภาพ
6.2. ยังไม่มีมาตรฐานการาทำบัญชีที่ชัดเจน สำหรับค่าใช้จ่ายและผลตอบแทนที่ได้จากธุรกิจออนไลน์
6.3. มีข้อกฎหมายบางอย่างที่ถ้าไม่ปฏิบัติตามอาจมีความผิด เช่นการเก็บบันทึกประวัติการเข้าใช้งาน (Log) ที่กล่าวใน พรบ. การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
6.4. กฎหมายการค้าออนไลน์ยังไม่มีความศักดิ์สิทธิ์ และยังขาดการสนับสนุนจากภาครัฐฯ อย่างแท้จริง

ธุรกิจขายของออนไลน์มีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่ข้อดีในเชิงของธุรกิจนั้นมีคุณค่ามากกว่าข้อเสียมาก ทุกธุรกิจพยายามนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้พัฒนาแนวทางการนำเนินธุรกิจให้ ดีขึ้นเสมอ หากผู้ที่ดำเนินธุรกิจสามารถใช้ประโยชน์จากข้อดีให้เป็นข้อได้เปรียบในเชิง ธุรกิจ และรับรู้ถึงข้อเสียและระมัดระวังไม่ให้เกิดขึ้น ก็จะมีโอกาสประสบความสำเร็จในธุรกิจร้านค้าออนไลน์นี้มากขึ้น

วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ขายของออนไลน์ ผ่าน Facebook

มือใหม่หัด ขายของออนไลน์ บน Facebook



ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากจะลองเริ่มต้นธุรกิจ ขายของออนไลน์ บน Facebook บทความนี้จะสามารถเป็นไกด์นำทางที่พาคุณไปถึงฝันได้อย่างไม่ยาก เนื้อหาด้านล่างนี้ประกอบด้วยสิ่งที่คุณควรรู้ในการเริ่มต้นการขายของออนไลน์ และการทำงานบนเครือข่ายสังคมสุดฮอตอย่าง Facebook

ขายของออนไลน์

หากจะบอกกว่าชีวิตของคนเราทุกวันนี้อะไรก็เกี่ยวข้อง Facebook ทุกอย่างก็คงไม่ผิดนัก เรียกได้ว่า Facebook คือช่องทางที่ทุกคน ทุกวัน ทุกกลุ่มต่างก็ใช้ มีการวนเวียนเข้ามา ผมเชื่อว่าต่อให้ไม่ค่อยเล่นยังไงก็ตาม แต่สัปดาห์หนึ่ง ก็ต้องมีเข้ามา check Facebook สักครั้ง

Facebook page นั้น แบ่งออกได้เป็นสามแบบหลัก ๆ คือ
  1. Service Page สำหรับธุรกิจที่มีหน้าร้านหรือช่องทางการขายอื่นอยู่แล้ว อย่างเช่น page ของ Gamming Oasis page แบบนี้ส่วนใหญ่จะไม่ได้เน้นขายผ่าน Facebook ครับ แต่มีไว้ update ข้อมูลข่าวสาร หรือตอบปัญหาช่วยเหลือลูกค้าเสียมากกว่า
  1. Comunity Page สำหรับธุรกิจที่มีการ rotate สินค้าบ่อย หรืออัตราการซื้อซ้ำต่อคนสูง และมี Facebook page ไว้ update สินค้าใหม่ หรือให้ลูกค้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน
  1. Sale & Catalogue Page วันนี้หลายธุรกิจเลือกที่จะไม่มีหน้าร้าน ไม่มีเว็บไซต์สำหรับขาย แต่ใช้ Facebook เป็นช่องทางขายเลย เพราะว่าไม่มีค่าบำรุงรักษาร้าน เพียงแค่จัดเนื้อหาให้ดีก็เพียงพอ ซึ่งเมื่อดูให้ดี page แบบนี้มีความต่างกับสองแบบแรกอยู่นิดหน่อย ซึ่งเป็นความต่างที่สามารถนำ page ลักษณะนี้มาใช้สนับสนุน page 2 แบบแรกได้ดี เพราะธุรกิจสามารถใช้รูปสินค้าหลายชนิดของตัวเอง มาใส่ไว้ใน album Facebook ให้ลูกค้าได้ดูได้เลือก
นอกจาก page สิ่งที่สำคัญสำหรับการ "เริ่มต้น" ของผู้ที่คิดจะทำธุรกิจบน Facebook หน้าใหม่ ซึ่งเน้นการขายของออนไลน์ผ่าน Facebook ที่ไม่ใช่แบบมืออาชีพ คือการทำธุรกิจผ่าน profile account ก็ได้

วันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ขั้นตอนการเปิดร้านขายของออนไลน์

6 ขั้นตอนการเปิดร้านขายของออนไลน์

ก่อนที่คุณจะเปิดร้านขายของออนไลน์ เรามาเรียนรู้ขั้นตอนการเปิดร้านค้าออนไลน์โดยคร่าวๆ ทั้งหมดก่อน เริ่มจาก
1. ศึกษาสินค้าที่เราสนใจจะขาย - คุณควรมีสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่สนใจและต้องการจะขายเสียก่อน และควรเข้าใจจุดแข็ง จุดอ่อน ของสินค้าของคุณ รวมถึงจุดขายที่แตกต่างจากคู่แข่งในตลาดให้ดีก่อนที่จะนำสินค้าเข้าสู่ตลาด และควรตอบคำถามให้ได้ว่า ทำไมผู้ใช้ถึงเลือกซื้อ และเลือกใช้สินค้า หรือบริการของคุณ ซึ่งหากคุณสามารถตอบโจทย์เหล่านี้ได้ จะช่วยให้คุณสามารถประกอบธุรกิจได้ประสบความสำเร็จได้มากขึ้นนั่นเอง

2. ศึกษาทำความเข้าใจกับพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ - การทำร้านค้าออนไลน์ หรือที่เรียกอย่างเป็นทางการว่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์นั้น คือการทำการค้าขายและธุรกรรมซื้อขายผ่านทางระบบออนไลน์ หรือทางอินเตอร์เน็ตนั่นเอง ซึ่ีงช่วยให้คุณสามารถขายสินค้าของคุณได้ทุกที่ ที่อินเตอร์เน็ตสามารถเข้าถึง โดยไม่ต้องเช่าพื้นที่หน้าร้านในแหล่งชุมชนซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง และช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้มาก อีกทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อจากทั่วโลกได้มีโอกาสพบเห็นสินค้าของคุณ สำหรับผู้ซื้อช่วยให้สะดวกสบายไม่ต้องเดินทางฝ่ารถติดไปซื้อสินค้าจากหน้าร้านค้าโดยตรง เพียงเลือกสินค้าผ่านอินเตอร์เน็ตอยู่ที่บ้าน ชำระเงินผ่านระบบที่น่าเชื่อถือ และรอสินค้ามาส่งถึงที่บ้าน






3. เลือกระบบร้านค้าออนไลน์ - คุณสามารถเลือกเปิดร้านค้าออนไลน์ได้หลากหลายรูปแบบ โดยทั่วไปที่นิยมมี 2 รูปแบบ คือ ใช้บริการร้านค้าสำเร็จรูป ซึ่งสามารถหาเว็บไซต์ที่ให้บริการเปิดร้านค้าเหล่านี้ได้มามากเล่น weloveshopping, tarad.com, lnwshop, shopspot เป็นต้น หรือ คุณสามารถเลือกใช้โปรแกรมสำเร็จรูป เพื่อติดตั้งปรับแต่งได้ด้วยตัวเอง มีอิสระในการปรับแต่งมากกว่า แต่อาจจะยุ่งยากกว่าในการเริ่มต้น เช่น PrestaShop, Mageto เป็นต้น

4. จัดแต่งหน้าร้านขายของออนไลน์ รูปแบบ สีสัน ป้ายร้าน - เมื่อคุณเลือกบริการร้านค้าได้แล้ว ก็เริ่มตกแต่งร้านค้าให้เหมาะสมและดึงดูด หลีกเลี่ยงการตกแต่งร้านค้าให้กระพริบ และมีลูกเล่นมากเกินความจำเป็น ยิ่งทำให้ผู้ใช้งงงวย และใช้งานได้ยาก ควรเน้นที่สินค้าให้ดูค้นหาง่าย และสะอาดตา น่าเชื่อถือ และค้นหาสินค้า และสั่งซื้อได้ง่าย

5. จัดหมวดหมู่สินค้า ลงรูปสินค้า อัพเดทข้อมูล และราคาสินค้าลงเว็บไซต์ - จากนั้นจัดหมวดหมู่สินค้าให้เหมาะสม ลงรายละเอียดสินค้าให้เรียบร้อย นำรูปสินค้าที่ชัดเจนสวยงาม เพื่อช่วยดึงดูดลูกค้าได้มากขึ้น

6. ทำการตลาดโปรโมทร้านออนไลน์ - การเปิดร้านค้าออนไลน์ในโลกอินเตอร์เน็ตที่กว้างใหญ่ อาจทำให้ผู้ซื้อไม่สามารถเข้าถึงเว็บไซต์ของเราได้ง่าย คุณควรทำการโปรโมทเว็บไซต์เพื่อให้เป็นที่รู้จัก และค้นหาได้ง่ายผ่านทาง Google ซึ่งเรียกว่า Search Engine Optimization หรือเรียกสั้นๆ ว่า SEO ซึ่งจะอธิบายเทคนิคในบทต่อๆ ไป

วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ขายของออนไลน์ อะไรดี

ขายของออนไลน์ อะไรดี ที่จะขายได้ไม่ขาดทุน

สำหรับคำถามยอดฮิตสำหรับคนที่อยากมีธุระกิจเป็นของตัวเองโดนการขายของออนไลน์ ซึ่งกำลังเป้นที่ยมมากในปัจจุบันก็คือ "ขายของออนไลน์ อะไรดี " เราจึงได้เอาแนวคิดดีๆมาขายผ่านร้านค้าออนไลน์ ซึ่งสรุปรวมๆแล้วได้สาระสำคัญมา 7 ข้อ เพื่อมานำเสนอให้ท่านที่อยากเปิดร้านขายของออนไลน์ได้ใช้เป็นแนวทางการหาสินค้าและการขายออนไลน์ ดังต่อไปนี้

ขายของออนไลน์ อะไรดี

1. ควรเลือกสินค้าที่มีน้ำหนักเบาและไม่แตกหักง่าย เพราะการขายสินค้าออนไลน์ส่วนใหญ่จะส่งของทางไปรษณีย์ไทย และส่งแบบด่วนพิเศษ (EMS) หากสินค้าน้ำหนักมากจะทำให้ค่าจัดส่งสูงตามไปด้วย หากคิดค่าจัดส่งกับลูกค้าแพงเขาอาจไม่ตัดสินใจซื้อกับเรา หากเราคิดค่าจัดส่งถูกกว่าความเป็นจริงจะทำให้เราควักทุนตัวเองมากเกินไปทำให้ได้กำไรน้อยหรืออาจขาดทุนได้ ในไม่ช้าเราก็จะล้มเลิกไปเสียก่อน
2. ช่วงแรกถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะขายได้หรือเปล่า แนะนำให้คุยกับแหล่งสินค้าขายส่ง เรื่องของส่วนลดพิเศษหรือเรื่องการสั่งซื้อ การส่งสินค้า อย่าลืมขอข้อมูลการติดต่อเขามาด้วย เพราะเราจะได้โทรเช็คสต๊อกสินค้ากับเขาได้ เมื่อมีลูกค้าสั่งของกับเรามาก็ค่อยไปซื้อของจากเขามาส่งลูกค้าอีกทีนึ่ง พยายามซื้อมาเผื่อไม่เกิน 1-5 ชิ้นก็พออย่าซื้อมามากเกินไปทุนจะจมอยู่กับของ เพราะเราไม่รู้จะขายได้จำนวนมากเท่าไหร่
3. แหล่งสินค้าขายส่ง ถ้าเป็นแหล่งที่หาซื้อได้ยากยิ่งดี เพราะคนทั่วไปจะหาซื้อได้ยาก เพราะเราต้องการให้เขาแวะเข้ามาดูสินค้ายังร้านค้าออนไลน์ของเรา เพราะเขาหาซื้อที่อื่นได้ยากนั่นเอง (ข้อนี้เป็นปัญหาใหญ่สำหรับทุกคน)
4. เลือกลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูง หรือตัดสินใจซื้อง่าย เพื่อการขายได้ง่ายขึ้น ได้แก่กลุ่มลูกค้าที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่และกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้หญิงที่เป็นนักช๊อปตัวยง ช๊อปกระจายเลยก็ว่าได้
5. มนุษย์สัมพันธ์เป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ ควรจะให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ เพราะพ่อค้าแม่ค้าขายส่งส่วนใหญ่จะพูดแข็งๆ ห้วนๆ ถ้าเจอลูกค้าพูดเยอะ ถามเยอะ แต่ซื้อน้อยเขาจะยิ่งไม่ชอบเรา ฉะนั้นพยายามพูดให้กระชับ ชัดเจนแต่นอบน้อม จะช่วยเพิ่มโอกาสได้สินค้าคุณภาพดีราคาถูกมาขายต่อได้ (เจ้าใหม่อย่างเราก็ต้องง้อเขาเป็นธรรมดา)
6. เป็นสินค้าที่เราชอบ เพราะจะขยันศึกษาข้อมูลเมื่อมีความชอบและข้อมูลสินค้าพร้อม การถ่ายทอดข้อมูลสู่ลูกค้า ความรู้สึกของเราจะถ่ายทอดไปสู่ลูกค้าด้วยทำให้ลูกค้าอยากซื้อของกับเรา เช่น คนที่รักการแต่งรถก็ขายอุปกรณ์แต่งรถ คนที่รักการแต่งหน้าก็ขายเครื่องสำอาง คนที่รักการสะสมแสตมป์ก็ขายชุดสะสมแสตมป์ เป็นต้น
7. เราจะขายสินค้าตามกระแสหรือสินค้าที่ขายได้ตลอดทุกฤดูกาล เพื่อจะได้กำหนดกลุ่มลูกค้าได้ถูก สินค้าตามกระแสหรือตามเทศกาล เช่น ปืนฉีดน้ำ ขายดีเฉพาะช่วงสงกรานต์ เป็นต้น หรือสินค้าที่ขายได้ตลอดทุกฤดูกาล เช่น เครื่องสำอางผู้หญิง เสื้อยืด เป็นต้น

เป็นอย่างไรกันบ้างจากบทสรุปทั้ง 7 ข้อที่เล่ามา ทำให้ท่านเกิดไอเดียและหมดปัญหากำคำถามที่ว่า”ขายของออนไลน์ อะไรดี” ได้แล้ว หรืออ่านแล้วก็ยังไม่รู้ว่าจะขายอะไรดีเหมือนเดิม หรือท่านใดที่วิธีการเลือกสินค้ามาขายออนไลน์ที่แตกต่างออกไปก็แชร์ไอเดียกันได้เลย