แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตลาดออนไลน์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตลาดออนไลน์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2559

ตลาดออนไลน์ กับแนวโน้นของตลาด

แนวโน้มการทำการ ตลาดออนไลน์ ในปี 2016

ถ้าพูดถึงแนวโน้มการทำการตลาดออนไลน์ในปี 2016 นี้ หากเราจับกระแสได้ว่า การตลาดจะเปลี่ยนไปในทิศทางไหน เราก็จะสามารถ เลือกเครื่องมือที่จะนำมาใช้ได้อย่างเหมาะสมกับเวลาและยุคสมัยที่เปลี่ยนไป และเครื่องมือที่สอดคล้องกับแนวโน้มของ Digital Marketing ในปี 2016 นี้ ผมก็ได้สรุปออกมาตามนี้

1. Digital VDO
ผู้คนจะสนใจ Content ที่เป็น VDO หรือ VDO Clip สั้นๆ มากขึ้น และส่วนใหญ่ก็จะดูบน Mobile นั่นแหละครับ เป็นผลมาจากข้อแรก ดังนั้น ถ้าเราสามารถสร้างเนื้อหาให้อยู่ในรูปแบบ VDO ได้ ก็จะดีมาก

2. Mobile
เข้าสู่ยุคของ Mobile First ซึ่งเป็นอีกยุคของ โทรศัพท์มือถือ สำหรับนักการตลาดแล้ว Mobile จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญ ที่จะทำให้ข้อมูลของสินค้าและบริการ เข้าถึงผู้บริโภคได้แทบจะในทันที ทุกที่ ทุกเวลากันเลย ดังนั้นหากจะโปรโมทอะไร ให้คำนึงถึงผู้รับข่าวสาร ขณะเปิดมือถือขึ้นมาอ่านด้วยส่วนนักการตลาดเอง ก็สามารถตอบคำถาม หรือข้อสงสัยของลูกค้า ได้ในทันที ทุกที่ ทุกเวลา ได้เช่นเดียวกัน ไม่ต้องจ้าง Customer Service มาคอยตอบ หรือต้องรอเปิดคอมก่อน ถึงจะตอบได้และคนที่มีเว็บไซต์ ถ้าปรับปรุงเว็บไซต์ให้รองรับการอ่านบนมือถือได้ก็จะดีมาก หรือ ถ้าจะทำโฆษณา ก็ให้คำนึงถึงผู้ที่จะเห็นโฆษณาบนมือถือด้วย ว่าเขาจะเห็นโฆษณาเรา หน้าตาอย่างไร



3. Facebook Ads
Facebook Ads สามารถเข้าถึงกลุ่ม Audience เป้าหมาย ที่มีความสนใจในเรื่องต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เพราะ Facebook มีข้อมูลของผู้ใช้งาน ทั้งอายุ เพศ สถานะความสัมพันธ์ และความสนใจต่างๆ ไม่ว่าเราจะพูดถึงอะไร? กด Like เพจไหน? คอมเม้นต์กับใคร? เข้ากลุ่มไหน? ชอบหนังสืออะไร? ชอบกีฬาอะไร?

4. Google AdWords
Google AdWords ก็ยังคงเป็นเครื่องมือทำโฆษณาที่ทรงประสิทธิภาพเช่นเคย เพราะสามารถเข้าถึงกลุ่ม Audience เป้าหมาย จากคำค้นหา หรือ Keywords ที่ค้นหาบน Search Engine และยังมีฟีเจอร์โฆษณา สำหรับ VDO โดยเฉพาะอีกด้วย สั่งตรงจาก YouTube มาเลย ใครยังไม่เคยลอง

5. Tracking & Analytics
การติดตามวัดผล ไม่ว่าจะด้วย Facebook Insight หรือ Google Analytics หรืออะไรก็ตามที่วัดผลได้ เป็นเครื่องมือที่สำคัญสำหรับนักการตลาดออนไลน์เลยทีเดียว เพราะหากเราทำโฆษณาออกไปแล้ว แต่ไม่สามารถติดตามวัดผลอะไรได้เลย ก็เหมือนพายเรือวนอยู่ในทะเล ไม่รู้ทิศทาง ไม่รู้ว่าควรไปต่อ หรือถอยกลับ อะไรคุ้ม อะไรไม่คุ้ม เพราะฉะนั้น เครื่องมือนี้ จะช่วยให้เราประหยัดค่าใช้จ่าย และเพิ่มผลกำไรให้กับธุรกิจแน่นอน

6. AutoResponder (Email Marketing)
เครื่องมือในตำนานสำหรับผู้ที่ชื่นชอบ Email Marketing ที่สามารถเข้าถึงกลุ่ม Audience เป้าหมาย ที่ได้ลงชื่อกับเราเอาไว้ จึงอยู่ใน List ของเราอยู่แล้ว เรียกได้ว่า เป็นกลุ่มที่กรองมาแล้วชั้นนึงและถึงแม้จะเป็นเครื่องมือในตำนาน ที่ยังใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ปีนี้ นักการตลาด อาจจะต้องเริ่มวิวัฒนาการวิธีการใช้งาน ให้เป็น Email Content Marketing คือเน้นที่การสร้าง Content ให้มีประโยชน์มากขึ้นด้วย

เครื่องมือหลักๆ เหล่านี้ หากใช้ประกอบกัน จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทางการตลาดได้อย่างมากมายมหาศาล หรือเราอาจเสริมด้วยเครื่องมือการตลาดอื่นๆ ได้อีก เช่น เครื่องมือทำ SEO หรือ เครื่องมือประเภท Social Media ก็มีอีกมากมายนับไม่ถ้วน แต่ที่สำคัญ ไม่ว่าจะเลือกใช้เครื่องมือตัวไหน ก็ควรใช้มันในทางสร้างสรรค์ด้วย

วันศุกร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2559

ตลาดออนไลน์ E-Commerce

ตลาดออนไลน์ หรือ E-Commerce ที่น่าติดตาม

อีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) ถือเป็นช่องทางทำเงินสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการยุคใหม่ และมีแนวโน้มที่น่าจับตาลงทุน เพราะจะซื้อจะขายที่ไหนก็ได้ แถมยังสะดวก รวดเร็ว ง่ายต่อการเข้าถึง ทั้งยังตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่นิยมสินค้าราคาถูกจึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจในการทำตลาดออนไลน์

กุญแจสำคัญของการทำธุรกิจ คือเดินหน้าอย่างมีเป้าหมาย ตั้งแต่คิดว่าจะขายอะไร ขายให้ใคร, วิเคราะห์พฤติกรรมกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย, เปิดหน้าร้านเว็บไซต์อย่างไรให้ดึงดูด, จัดทำแผนโปรโมทสินค้าผ่านช่องทางต่างๆ ให้เป็นที่คุ้นตาและติดหูผู้บริโภค เช่น เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม กูเกิล เป็นต้น ขณะเดียวกันก็ต้องตรวจสอบและประเมินแผนงานตลอดเวลา เพื่อวิเคราะห์ค่าใช้จ่าย งบประมาณที่ลงทุน รายได้และต้นทุนของสินค้าตลอดจนถึงค่าขนส่ง เมื่อบวก-ลบแล้วจะต้องได้กำไร ซึ่งการกำหนดราคาสินค้าให้ได้กำไรมากน้อยนั้น ไม่มีสูตรตายตัว เพียงแต่ผู้ขายคิดจากราคาต้นทุนและคาดคะเนราคาตลาด กำไรจะมากน้อยขึ้นอยู่กับผู้ขายและความสามารถในการหาซื้อสินค้ามาขายที่มีราคาต้นทุนต่ำกว่าผู้ขายรายอื่น



ถ้ายังคิดไม่ออกว่าจะขายอะไรดี...ลองมองหาสินค้าใกล้ตัวที่ชอบและสนใจเป็นพิเศษ จะผลิตเองหรือรับจากที่อื่นมาขายก็ได้ แค่มีความชอบเป็นทุนเดิมก่อน เพราะจะทำให้ศึกษาสินค้าได้อย่างละเอียด สามารถให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าที่สนใจซื้อได้

ที่สำคัญต้องสร้างความสะดวกในช่องทางการชำระเงิน และความรวดเร็วในการจัดส่งสินค้า ปัจจุบันมีช่องทางชำระเงินหลายวิธีตั้งแต่โอนเงินผ่านทางธนาคารออนไลน์ ผ่านบัตรเครดิต หรือผ่านทางตู้เอทีเอ็ม, ชำระผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส หรือเก็บเงินปลายทาง ก็สามารถทำได้ ซึ่งช่องทางทั้งหมดผู้ขายเป็นผู้กำหนดได้ และการจัดส่งสินค้าต้องรวดเร็ว และปลอดภัย ซึ่งเป็นหน้าที่สำคัญที่ผู้ขายจะต้องออกแบบการสั่งซื้อให้ง่าย และนำเสนอข้อมูลคุณสมบัติของสินค้าให้ถูกต้องครบถ้วน

อย่างไรก็ตาม เคล็ดลับในการค้าขายในตลาดออนไลน์ แม้เป็นเรื่องที่มีคุณค่าต่อการศึกษาก่อนเริ่มทำธุรกิจ แต่บ่อยครั้งลำพังรู้เคล็ดลับอย่างเดียวก็ไม่ได้รับประกันว่าจะทำให้ประสบความสำเร็จเสมอไป เพราะหลักการเป็นได้เพียงแนวทาง ส่วนความสำเร็จเกิดจากการเรียนรู้ที่ได้จากการลงมือปฏิบัติ และองค์ประกอบภายนอกอื่นๆ อีกมาก ไม่อย่างนั้นเราคงไม่ได้ยินสำนวนที่ว่า ‘คนคำนวณหรือจะสู้ฟ้าลิขิต’

วันจันทร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2559

ตลาดออนไลน์ กับการโปรโมท

ตลาดออนไลน์ กับการโปรโมทร้านค้า

การทำธุรกิจในปัจจุบัน เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ทำการประชาสัมพันธ์โปรโมทร้านค้า สินค้าของเราเลย หากรอให้มีลูกค้าเดินเข้ามาพบร้านของเราเอง ก็คงมีเปอร์เซ็นต์น้อยนิด เมื่อลูกค้ามีความต้องการสินค้าอย่างใดอย่างหนึ่ง สิ่งแรกที่พวกเขาทำคือ ค้นหาผ่านอินเทอร์เน็ต เพื่อหาร้านค้าที่น่าสนใจในราคาที่เขาพึงพอใจ ก่อนที่จะตัดสินใจเข้าไปที่หน้าร้าน ในกรณีที่เราเปิดร้านค้าออนไลน์ก็เช่นเดียวกัน ถ้าไม่ทำการตลาดเลย ก็คงไม่มีใครจะรู้จักการตลาดออนไลน์ หรือ Digital Marketing จึงเป็นช่องทางประชาสัมพันธ์ธุรกิจของเราได้อย่างคุ้มค่าที่สุด ซึ่งมีหลากหลายวิธีที่น่าสนใจและได้ผล

1. Google Adwords เวลาที่คน search หาสินค้าหรือบริการที่ต้องการใน Google หากพบผลการค้นหาตรงกับสิ่งที่ต้องการ ก็จะคลิกเข้าไปดูรายละเอียด โอกาสที่จะซื้อสินค้าก็เป็นไปไม่ยาก ดังนั้นหน่วยงาน ร้านค้าที่ต้องการโปรโมทสินค้าและบริการจึงนิยมใช้บริการ Google Adwords กันมาก เพราะช่วยให้โฆษณาของเขาโดดเด่นและเพิ่มโอกาสในการคลิกเข้าไปยังเว็บไซต์ของตน

2. SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นการโปรโมทเว็บไซต์ให้ติดอันดับต้น ๆ ในการค้นหาด้วยการใช้ keyword เมื่อติดอันดับต้น ๆ แล้ว คนก็จะคลิกเข้ามาที่เว็บไซต์ของเรามากขึ้น โอกาสที่เว็บไซต์จะเป็นที่รู้จักก็มีมาก อย่างเช่นเว็บไซต์ ShoppingServiceShop.com ที่วางโครงสร้าง SEO รองรับผู้ประกอบการไว้เป็นที่เรียบร้อย ใครที่เปิดร้านค้าออนไลน์กับเว็บไซต์นี้ เมื่อลูกค้าค้นหาชื่อสินค้าที่เป็น keyword ร้านค้าใน ShoppingServiceShop.com ก็จะติดในอันดับต้น ๆ ลูกค้าก็เข้าร้านอย่างไม่ขาดสาย

3. Social Network สังคมออนไลน์อย่าง facebook, twitter หรือ Instragram ที่รู้จักในเวลานี้ นับว่าเป็นช่องทางทำการตลาดออนไลน์ที่กว้างขวาง และประหยัดที่สุด ทั้งยังเข้าถึงเครือข่ายคนรุ่นใหม่ในยุคออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว แถมวัดผลได้รวดเร็วทันใจเสียด้วย

4. Affiliate Marketing เป็นการทำการตลาดออนไลน์ผ่านตัวแทนโฆษณา ที่ได้รับความนิยมในต่างประเทศ เมื่อตัวแทนสามารถทำให้คนเข้าเว็บไซต์เรา และสมัครสมาชิกหรือซื้อสินค้า หรือเงื่อนไขอื่น ๆ ตามที่ตกลงกันไว้ ก็จะได้รับค่าคอมมิชชั่น นับเป็นการลงทุนที่สมเหตุสมผล เพราะหากไม่มีคนเข้ามาก็ไม่ต้องเสียอะไร แต่หากมีคนเข้ามาย่อมได้ประโยชน์เกินกว่าค่าคอมมิชชั่นที่จ่ายให้ตัวแทนอยู่แล้ว

5. Contextual Targeting เป็นการโฆษณาตามกลุ่มเป้าหมายของสินค้านั้น ๆ เพื่อให้ได้ผลตอบรับที่ดีจากกลุ่มเป้าหมายโดยตรง เช่น โฆษณาเครื่องสำอางในเว็บไซต์สำหรับผู้หญิง ทั้งนี้อาจทำโดยการสร้างโฆษณาที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้อง ตรงความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย อาจเป็นบทความเกี่ยวกับอันตรายจากแสงแดด ที่มีภาพประกอบเป็นครีมกันแดดซึ่งมีคุณสมบัติป้องกันแสงแดดได้เป็นอย่างดีตามที่เขียนไว้ในบนทความ เป็นต้น

เราสามารถเลือกใช้กลยุทธ์การตลาดออนไลน์หลาย ๆ วิธีพร้อมกัน เพื่อให้ได้ผลตอบรับจากหลากหลายช่องทาง เป็นตัวช่วยทำให้อัตราการเข้าชมเว็บไซต์เพิ่มขึ้น และที่สำคัญต้องทำให้ในเว็บไซต์ของเรามีความน่าสนใจด้วย เพราะคงเปล่าประโยชน์หากมีคนเข้าเว็บไซต์มาแล้ว แต่ไม่พบอะไรที่น่าสนใจในเว็บไซต์เลย

วันอังคารที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2559

ตลาดออนไลน์

ตลาดออนไลน์ ที่กำลังเป็นที่น่าสนใจในการทำธุรกิจ

ในสังคมที่โลกออนไลน์กำลังเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินชีวิตของคนรุ่นใหม่ เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า สื่อออนไลน์ได้เข้ามามีอิทธิพลต่อเราในทุกขณะ ตั้งแต่ตื่นเช้าจนกระทั่งเข้านอน อีกทั้งความรวดเร็วและความสะดวกสบายของโลกออนไลน์ยังถูกนำมาใช้ประโยชน์กับกลุ่มคนทุกสาขาอาชีพ โดยเฉพาะการตลาดออนไลน์ (Online Marketing) ที่กำลังเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย เพราะสามารถทำให้ผู้อื่นรู้จักเราหรือสินค้าของเราได้อย่างกว้างขวาง



การตลาดออนไลน์ (Online Marketing) คือ การทำการตลาดในสื่อออนไลน์ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อทำให้สินค้าของเราเป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น โดยใช้วิธีต่างๆ ในการ โฆษณาเว็บไซต์ หรือ โฆษณาขายสินค้า ที่จะนำสินค้าของเราไปเผยแพร่ตามสื่อออนไลน์ เพื่อให้ผู้อื่นได้รับรู้และเกิดความสนใจ จนกระทั่งเข้ามาใช้บริการหรือซื้อสินค้าของเราในที่สุด โดยการตลาดออนไลน์ (Online Marketing) สามารถทำได้หลายช่องทาง ดังนี้

Email Marketing คือ การตลาดที่ทำผ่านอีเมล์ เพื่อส่งข่าวสาร โปรโมชั่นต่างๆ ถึงลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย เป็นการตลาดที่ต้นทุนต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับ

Search Engine Marketing คือ การตลาดบน Search Engine เป็นการทำให้สินค้าของเราติดอันดับการค้นหาในลำดับแรกๆ ซึ่งจะทำให้เราถูกค้นพบได้ง่ายและถูกคลิกได้บ่อยกว่าเว็บไซต์ที่อยู่ด้านล่างหรืออยู่ในหน้าถัดไป แบ่งออกเป็น SEO (การทำเว็บไซต์ของเราให้ติดอันดับของ Google) กับ PPC (การซื้อ Ads บน Google)

การตลาดในรูปแบบอื่นๆ อีกทั้งยังเป็นการทำการตลาดที่ตรงกลุ่ม และสามารถเข้าถึงผู้รับภายในเวลาอันรวดเร็ว
การตลาดออนไลน์ (Online Marketing) ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่เรารู้จักสินค้าของเรา และสามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนได้ เพียงเท่านี้สินค้าของเราก็สามารถเป็นที่รู้จัก และสร้างยอดขายในโลกออนไลน์ได้อย่างง่ายดาย

Social Marketing คือ การตลาดที่ทำผ่าน Social Network ต่างๆ เช่น Facebook, Twitter, Instagram, Pinterest ฯลฯ ซึ่ง Social Marketing กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะมีสถิติการใช้งานสูงกว่าแหล่งออนไลน์ประเภทอื่น

cr. www.nipa.co.th