แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การทำธุรกิจ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การทำธุรกิจ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2559

ตลาดออนไลน์

ตลาดออนไลน์ ที่กำลังเป็นที่น่าสนใจในการทำธุรกิจ

ในสังคมที่โลกออนไลน์กำลังเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินชีวิตของคนรุ่นใหม่ เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า สื่อออนไลน์ได้เข้ามามีอิทธิพลต่อเราในทุกขณะ ตั้งแต่ตื่นเช้าจนกระทั่งเข้านอน อีกทั้งความรวดเร็วและความสะดวกสบายของโลกออนไลน์ยังถูกนำมาใช้ประโยชน์กับกลุ่มคนทุกสาขาอาชีพ โดยเฉพาะการตลาดออนไลน์ (Online Marketing) ที่กำลังเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย เพราะสามารถทำให้ผู้อื่นรู้จักเราหรือสินค้าของเราได้อย่างกว้างขวาง



การตลาดออนไลน์ (Online Marketing) คือ การทำการตลาดในสื่อออนไลน์ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อทำให้สินค้าของเราเป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น โดยใช้วิธีต่างๆ ในการ โฆษณาเว็บไซต์ หรือ โฆษณาขายสินค้า ที่จะนำสินค้าของเราไปเผยแพร่ตามสื่อออนไลน์ เพื่อให้ผู้อื่นได้รับรู้และเกิดความสนใจ จนกระทั่งเข้ามาใช้บริการหรือซื้อสินค้าของเราในที่สุด โดยการตลาดออนไลน์ (Online Marketing) สามารถทำได้หลายช่องทาง ดังนี้

Email Marketing คือ การตลาดที่ทำผ่านอีเมล์ เพื่อส่งข่าวสาร โปรโมชั่นต่างๆ ถึงลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย เป็นการตลาดที่ต้นทุนต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับ

Search Engine Marketing คือ การตลาดบน Search Engine เป็นการทำให้สินค้าของเราติดอันดับการค้นหาในลำดับแรกๆ ซึ่งจะทำให้เราถูกค้นพบได้ง่ายและถูกคลิกได้บ่อยกว่าเว็บไซต์ที่อยู่ด้านล่างหรืออยู่ในหน้าถัดไป แบ่งออกเป็น SEO (การทำเว็บไซต์ของเราให้ติดอันดับของ Google) กับ PPC (การซื้อ Ads บน Google)

การตลาดในรูปแบบอื่นๆ อีกทั้งยังเป็นการทำการตลาดที่ตรงกลุ่ม และสามารถเข้าถึงผู้รับภายในเวลาอันรวดเร็ว
การตลาดออนไลน์ (Online Marketing) ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่เรารู้จักสินค้าของเรา และสามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนได้ เพียงเท่านี้สินค้าของเราก็สามารถเป็นที่รู้จัก และสร้างยอดขายในโลกออนไลน์ได้อย่างง่ายดาย

Social Marketing คือ การตลาดที่ทำผ่าน Social Network ต่างๆ เช่น Facebook, Twitter, Instagram, Pinterest ฯลฯ ซึ่ง Social Marketing กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะมีสถิติการใช้งานสูงกว่าแหล่งออนไลน์ประเภทอื่น

cr. www.nipa.co.th

วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

เริ่มต้นการทำธุรกิจบนโลกออนไลน์

5 ขั้นตอน ในการเริ่มต้นการทำธุรกิจบนโลกออนไลน์

สำหรับมือใหม่ที่ต้องการทำธุรกิจออนไลน์ ทำอย่างไรให้เว็บไซต์หรือเพจของคุณดึงดูดผู้เข้าชมเว็บได้มาก มาดู 5 ขั้นตอนที่จะช่วยให้คุณเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์ของตัวเองได้ และพร้อมจะก้าวสู่ความสำเร็จในอนาคต




ขั้นที่ 1 ค้นหาความต้องการ และเติมให้เต็ม
คนส่วนใหญ่ในช่วงเริ่มต้นทำธุรกิจมักจะคิดถึงผลิตภัณฑ์ก่อนเป็นอันดับแรก และมองหาตลาดเป็นอันดับที่สอง เพื่อเพิ่มโอกาสของความสำเร็จ อันดับแรกควรมองที่ตลาดเสียก่อน ว่าขณะนี้ตลาดต้องการอะไร กลุ่มเป้าหมายมีความชอบแบบไหน วิธีแก้ปัญหาก็ไม่ยากเลย แค่คุณใช้อินเตอร์เน็ตให้เป็นประโยชน์ ค้นหาข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ก็จะช่วยให้คุณทราบความต้องการของตลาดได้ง่ายขึ้น

ขั้นที่ 2 เขียนโปรโมตสินค้าให้น่าสนใจ
คงไม่มีผู้บริโภคคนไหนที่ตัดสินใจซื้อสินค้าโดยไม่อ่านรายละเอียด หรือสรรพคุณต่างๆ คุณจึงต้องเขียนรายละเอียดสินค้าให้ครบถ้วน ดังนี้
• สร้างความน่าเชื่อถือในการตอบคำถามลูกค้า
• อธิบายว่าถึงประโยชน์ของสินค้า
• มีการรับประกันสินค้าตามระยะเวลาที่กำหนด
• ใส่ข้อมูลต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าติดต่อเข้ามา
• ต้องมีรีวิวของผู้ได้เคยใช้สินค้าของคุณ

ในการเขียนโฆษณาเพื่อจำหน่ายสินค้านั้น คุณต้องให้ความสำคัญกับวิธีการใช้งาน และนำเสนองานบริการ แนะให้ผู้บริโภคเห็นว่าสินค้าของคุณสามารถช่วยแก้ปัญหาของพวกเขาได้  

ขั้นที่ 3 คิดคอนเซปต์ และเริ่มออกแบบเว็บไซต์
เมื่อคุณได้สำรวจตลาดเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาสำหรับการจำหน่ายสินค้า สิ่งที่ต้องทำต่อมาคือ การออกแบบเว็บไซต์ ในครั้งแรกนี้คุณอาจทำให้ดูง่าย ไม่จำเป็นต้องมีหลายหน้า แต่ทุกหน้าต้องดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค ด้วยเทคนิคง่ายๆ เหล่านี้
• ใช้กราฟิก เสียง หรือวีดีโอ ในการนำเสนอข้อมูลต่างๆ
• สร้าง Call to Action เพื่อเก็บฐานข้อมูลหรืออีเมลลูกค้า
• เลือกรูปแบบตัวอักษรให้อ่านง่าย หรืออาจใช้พื้นหลังสีขาว
• มีรูปแบบเหมือนกันทุกหน้า

ขั้นที่ 4 ใช้ Search Engine เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย
ในช่วงแรกของการทำตลาดออนไลน์นั้น คุณสามารถใช้การโฆษณาผ่านเครื่องมือค้นหาต่างๆ ได้ ซึ่งเป็นการโฆษณาแบบที่ต้องเสียเงินเมื่อเกิดการคลิก หรือที่เรียกว่า PPC (Pay Per Click) เป็นรูปแบบการโฆษณาบน Search Engine ที่ต้องใช้คีย์เวิร์ดเพื่อให้โฆษณาของเราไปปรากฏอยู่บนการค้นหา คุณสามารถตั้งค่าการแสดงโฆษณาและกำหนดงบประมาณได้อย่างชัดเจน ซึ่งจะทำให้มีผู้เข้ามายังเว็บไซต์ของคุณมากขึ้น นอกจากนี้ PPC ยังช่วยให้คุณได้ทดสอบการใช้คีย์เวิร์ดต่างๆ ได้อีกด้วย

ขั้นที่ 5 ใช้สาระความรู้เพื่อดึงดูดผู้บริโภคเข้าเว็บไซต์
ทุกวันนี้คนส่วนใหญ่ใช้อินเตอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลต่างๆ และมีเว็บไซต์อีกมากมายที่พร้อมจะตอบคำถามเหล่านี้ ถ้าคุณจับกระแสนี้ได้ คุณก็สามารถดึงคนเข้าเว็บไซต์ได้เช่นกัน เคล็ดลับง่ายๆ คือการรวบรวมลิ้งค์เว็บไซต์ และบทความที่เป็นประโยชน์มาไว้ด้วยกัน ซึ่งจะช่วยนำพาผู้บริโภคเข้ามายังเว็บของคุณ และไปยังเว็บอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ทุกวันนี้โลกอินเตอร์เน็ตได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก หนึ่งปีในโลกออนไลน์ เทียบเท่ากับห้าปีในโลกแห่งความจริง แต่ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปมากเท่าไร หลักการของการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จก็ไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก หากคุณเป็นหนึ่งในผู้เริ่มต้นทำธุรกิจของตัวเอง อย่าละเลยพื้นฐานสำคัญการทำธุรกิจใน 5 ข้อที่กล่าวไปข้างต้น ซึ่งจะช่วยคุณได้พอสมควร ในช่วงลองผิดลองถูกนี้ จะผิดบ้าง พลาดบ้าง ก็ไม่เป็นไร แค่รู้ตัวให้ไว และปรับปรุงต่อไปเรื่อยๆ ธุรกิจเล็กๆ ของคุณก็จะเติบโตขึ้นอย่างมั่นคง

วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

การทำธุรกิจ ที่น่าสนใจ ในปี 59

เผย! 4 ไอเดีย การทำธุรกิจ ส่วนตัวที่น่าสนใจ ในปี 59

ธุรกิจส่วนตัว ที่น่าสนใจ สำหรับคนที่อยากทำธุรกิจแต่ไม่รู้จะทำอะไรดี วันนี้เรามี 4 การทำธุรกิจ ส่วนตัวที่น่าสนใจ สำหรับผู้ที่กำลังจะผันตัวเองมาทำ ธุรกิจส่วนตัว 4 ธุรกิจส่วนตัวที่น่าสนใจนี้อาจเป็นช่องทางใหม่ๆให้ท่านได้ หากสนใจในธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง ก็ควรหารายละเอียดเกียวกับ ธุรกิจส่วนตัว นั้นให้ดี และรอบคอบก่อน เพราะการทำธุรกิจนั้น ควรใช้ความรู้และสติเข้ามาเกี่ยวข้อง อย่าใช้อารมณ์และความต้องการอย่างเดี๋ยว อาจทำให้ไม่ประสบความสำเร็จในธุรกิจที่เราชอบได้

การทำธุรกิจ

เริ่มต้นทำธุรกิจส่วนตัวอย่างไร ใช้เงินลงทุนน้อยที่สุด
1. ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ในการเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัว ธุรกิจยังมีความเสี่ยงว่าจะสามารถอยู่ได้หรือไม่ คุณควรที่จะเก็บเงินไว้ ใช้สิ่งที่จำเป็น และลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปก่อน คุณต้องพิจารณาว่าธุรกิจของคุณสิ่งใดเป็นสิ่งสำคัญที่สุด สิ่งใดสำคัญรองลงมา แต่ละธุรกิจจะมีสิ่งสำคัญสำหรับการดำเนินการที่ต่างกัน

ยกตัวอย่าง ในกรณีที่คุณเปิดโรงเรียนกวดวิชา สิ่งสำคัญของโรงเรียนกวดวิชา คือ ครูสอนที่มีคุณภาพ มีความรู้จริงในเรื่องที่สอน มีความสามารถถ่ายทอดความรู้ได้ ดังนั้นคุณควรที่จะทุ่มเทในเรื่องของครูสอน แต่สถานที่สอน คุณอาจจะยังไม่ต้องมีสถานที่หรูหรามากนักก็ได้ แค่สถานที่ปลอดภัย นักเรียนเดินทางมาเรียนสะดวก ก็น่าจะเพียงพอกับการเริ่มต้น

2. ใช้ทรัพยากรที่คุณมีอยู่ให้คุ้มค่าที่สุด โดยทรัพยากร ไม่ได้หมายถึงเงิน เพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงทุกๆ อย่างที่คุณมีอยู่ ไม่ว่าจะเป็น ความรู้ , เพื่อน , ญาติ พี่น้อง , รถยนต์ , สิ่งของ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณต้องการโฆษณาโรงเรียนกวดวิชาของคุณ ถ้าคุณมีเพื่อนที่มีร้านขาย ขนมอยู่หน้าโรงเรียน คุณอาจจะนำป้ายโฆษณา ไปขอให้เพื่อนช่วยโฆษณาโรงเรียนให้ฟรี ก็ได้

  1. การทำธุรกิจขายสินค้าผ่าน Ebay
ธุรกิจส่วนตัวอย่างการขายสินค้าผ่าน Ebay นั้น เราแทบไม่ต้องมีความรู้ ประสบการณ์ หรือผ่านการอบรมใดๆ ด้านธุรกิจมาก่อน เพียงแค่มีการขายทีดี ไม่ว่าจะของเก่า ของใช้มือสอง เสื้อผ้า รองเท้า และเครื่องมือเครื่องใช้อื่นๆ ภายในบ้าน ก็สามารถจะทำกำไรให้เราได้ หากรู้จักขายและใช้เครื่องมือช่วยขายอย่างมีประสิทธิภาพ ภายในเว็บไซต์ ebay จะมีข้อมูลให้พร้อม หรือจะไปหาซื้อหนังสือคู่มือการทำ ebay มาสักเล่มเพื่อศึกษาวิธีการใช้งานรวมไปถึงกลเม็ดและเทคนิคต่างๆ เพื่อใช้การขายหรือลงประมูลสินค้าและใช้งานเว็บไซต์ แค่นี้เราก็สามารถเริ่ม ธุรกิจส่วนตัว สรรหาสินค้าต่างๆ มาขายให้คนทั่วทุกมุมโลกหรือจะทำเป็น อาชีพเสริม ก็ได้แล้ว
  1. ธุรกิจเปิดร้านคอมพิวเตอร์
เราแทบไม่จำเป็นต้องจบวิศวกรรมคอมพิวเตอร์หรือต้องมีเงินทุนจัดร้านสวยๆ ในเริ่มต้น ธุรกิจส่วนตัวนี้ต้องการเพียงบริการที่ดี ใส่ใจลูกค้า เน้นการตลาดประชาสัมพันธ์ และหมั่นอัพเดตราคาสินค้าไม่ให้แพงกว่าชาวบ้าน เราสามารถเปิดบ้านเป็นร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ ธุรกิจส่วนตัว เล็กๆ หรือเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าอะไหล่คอมพิวเตอร์ได้ ขอแค่เราขยันเรียนรู้อัพเดตข้อมูลสินค้าใหม่ๆ และฝึกฝนความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ ซึ่งอาจผ่านทางคู่มือคอมพิวเตอร์ที่วางขายอยู่เกลื่อนเมือง หรืออาจจ้างทีมงานนักศึกษาที่มีความรู้และประสบการณ์ในการประกอบเครื่องหรือเรียนด้านนี้มาช่วย ธุรกิจส่วนตัว ของเรา เราก็สามารถสร้าง ธุรกิจส่วนตัว ที่มีอนาคตนี้ได้ ซึ่งอาจขยับขยายกลายเป็นธุรกิจที่ครบวงจร ทั้งประกอบ จำหน่ายอะไหล่ ซ่อม ไปจนถึงรับวางระบบติดตั้งเครือข่าย ขนาดใหญ่แก่องค์กรธุรกิจก็เป็นได้ เรื่องทำเลที่ตั้งแทบไม่มีผล หากเราโปรโมทเว็บไซต์เป็นและบริการดีมากๆ เพราะหากลูกค้าประทับใจจนบอกต่อ เราอาจได้ส่วนแบ่งตลาดได้มากขึ้นด้วย
  1. ธุรกิจสอนพิเศษ
สำหรับการทำธุรกิจส่วนตัวอย่างการสอนพิเศษถ้าวันนี้คุณมีฝีไม้ลายมือ ในการถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นเด็ก หรือผู้ใหญ่ ในวิชาที่สำคัญๆ เช่น ภาษาอังกฤษ หรือคณิตศาสตร์ การสอนพิเศษก็ดูจะเป็น อาชีพเสริมทำเงิน หรือ ธุรกิจส่วนตัว ที่เหมาะกับคุณ เป็นอย่างมาก เพราะมันไม่ต้องใช้ลงทุนแม้แต่น้อย เพียงแค่ใช้ความรู้ และทักษะที่คุณมีอยู่แล้ว ในปัจจุบัน อาชีพ Tutor อาจจะลามมาถึง การสอนพิเศษ ในระดับมหาวิทยาลัยแล้วด้วย ซึ่งให้รายได้ที่มากกว่า อาจจะได้ถึง ชั่วโมงละ 500-1,000 บาท เลยทีเดียว
  1. ธุรกิจขายสินค้าผ่าน Facebook
อาชีพเสริมประเภทนี้ เป็นแบบงานขาย การขายของผ่าน Facebook หรือ Website อื่นๆ รูปแบบนี้ เป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ด้วยความที่เริ่มต้นได้ง่าย แม้จะยากหน่อยในการ Promote แต่ทุนก็ไม่จม เพราะว่า ธุรกิจส่วนตัวที่น่าสนใจ อย่างสินค้าที่ขายใน Website นั้น รับเงินสด และสามารถเลือกที่จะ Pre-Order ได้อีกต่างหาก เพราะฉะนั้น มันไม่มีความจำเป็นที่ต้อง ไปซื้อสินค้ามา Stock ไว้มากๆ แต่อาจจะเจอความยุ่งยาก ก็เพียงแค่การส่งสินค้าไปให้กับลูกค้านั่นเอง นับเป็น การธุรกิจส่วนตัว ที่ใช้ได้เลยทีเดียว

วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ขายของออนไลน์ ขายออนไลน์ แบบมือโปรที่คุณก็ทำได้

ขายของออนไลน์ ขายออนไลน์ แบบมือโปร ที่คุณก็ทำได้

การซื้อของที่ขายออนไลน์ เป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าในยุคของเรา ใครๆ ต่างก็อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง  ซึ่งจุดเริ่มต้นเล็กๆ ของหลายคนอาจเป็นการเปิดร้านขายของออนไลน์บน Facebook หรือ Instagram และ Line ในแต่ละเดือนมีร้านใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย แต่เคยสังเกตไหม ร้านที่หายเงียบไปเพราะไม่มีลูกค้าก็มีไม่น้อยเหมือนกัน เพราะถึงจะดูง่าย แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่อย่างนั้นเลย ถ้าอยากขายออนไลน์ให้ได้แบบมือโปร ลองมาอ่านวิธีการ 4 ข้อด้านล่างนี้กันก่อน ขายออนไลน์
  1. โปร่งใสและตรวจสอบได้
มีผู้ซื้อจำนวนไม่น้อยเลยที่ใช้เวลาค้นข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนจะซื้อสินค้าออนไลน์ ที่เป็นแบบนี้เพราะร้านค้าออนไลน์นั่นน่าเชื่อถือน้อยกว่าร้านที่มีหน้าร้านจริงๆ ค่ะ เพราะฉะนั้นคุณมีหน้าที่ต้องลงรายละเอียดที่จะช่วยทำให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายให้ครบ ไม่ว่าจะเป็น ราคา ขนาด เกรดของสินค้า วัสดุที่ใช้ รวมถึงระยะเวลาที่คุณจะส่งของให้ได้ และการแจ้งเลขพัสดุ สิ่งเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับร้านของคุณในระยะยาว แถมยังลดการตอบคำถามที่ไม่จำเป็น และลดความปวดหัวทั้งของแม่ค้าและลูกค้าด้วย
  1. ขยันโพสสินค้าทั้งเก่าและใหม่
เมื่อคุณตั้งใจจะขายของ สิ่งที่คุณต้องทำก็คือนำสินค้าของคุณออกมาเสนอผู้ซื้อ ทั้งสินค้าเก่าและใหม่ ยิ่งบน Facebook คุณยิ่งต้องพยายามนำเสนอสินค้าด้วยการโพสต์บ่อยๆ เพื่อให้คนเห็นมากขึ้น แต่ระวังอย่าโพสต์ติดกันเกินไป เพราะมันอาจจะสร้างความรำคาญแทน ที่สำคัญ อย่าลืมเลือกเวลาในแต่ละวันแล้วลองโพสต์ดูว่าเวลาไหนที่โพสต์ได้รับการตอบรับมากที่สุด และพยายามเลือกโพสต์เวลานั้นด้วย
  1. สร้างความประทับใจแรกด้วยการตกแต่งร้านให้ดูดีดูโดดเด่น
ใครว่าเปิดร้านค้าออนไลน์แล้วไม่ต้องตกแต่งร้าน ในเมื่อมีร้านเป็นพันเป็นหมื่นอยู่บนโลกออนไลน์เหมือนกัน ลูกค้าก็สามารถเลือกร้านที่ทำให้รู้สึกดีมากกว่าได้ เพราะฉะนั้นคุณควรออกแบบรูปภาพที่ใช้บนร้านของคุณให้สวยและตรงกับภาพลักษณ์ที่ต้องการ เช่น Profile และ Cover Image ของร้านเครื่องประดับ ก็อาจจะต้องดูหรูหรา และอย่าลืมใส่รายละเอียดของร้านให้ครบเพื่อให้ดูน่าเชื่อถือมากขึ้น
  1. สร้างวินัยให้ตัวเอง
การขายสินค้าออนไลน์อาจจะดูสบาย เพราะคุณไม่ต้องนั่งเฝ้าร้าน ไม่ต้องนั่งคอยลูกค้า แต่นั่นก็เหมือนเป็นดาบสองคม เพราะความสบายอาจทำให้คุณละเลยที่จะตอบลูกค้า กว่าจะรู้ตัวอีกทีลูกค้าก็หนีไปหาร้านอื่นแล้ว ดังนั้นคุณควรตั้งกฎเหล็กให้ตัวเอง เช่น จะโพสต์สินค้าอย่างน้อยวันละกี่ครั้ง ลงสินค้าใหม่อย่างน้อยเดือนละกี่ชิ้น จะทำงานตั้งแต่กี่โมงถึงกี่โมง หรือห้ามให้ลูกค้ารอนานเกิน 1-2 ชั่วโมง แต่ถ้าหากคุณเกิดไม่ว่างจริงๆ คุณอาจใช้ระบบตอบกลับอัตโนมัติได้

เพียงทำตามขั้นตอนที่ได้กล่าวมา แค่นี้คุณก็จะเป็นร้านขายออนไลน์แบบมือโปรได้

วันเสาร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2559

ธุรกิจขายของออนไลน์ ของเราต้องมีอะไรบ้าง

การสร้าง ธุรกิจขายของออนไลน์ ของเราต้องมีอะไรบ้าง?

อีกธุรกิจสุดฮิต สร้างรายได้ไม่น้อย เรามักจะเห็นการขายของออนไลน์ ทั้งเสื้อผ้า นาฬิกา แว่นตา เครื่องสำอาง สารพัดอย่าง ในโลกออนไลน์ ที่คุ้นตากันดีผ่าน Facebook Fanpage การเริ่มต้นอาจจะยากสักหน่อย เพราะกว่าที่ร้านของคุณจะเริ่มโด่งดัง ถือเป็นช่วงที่ยากที่สุด และจะค่อยๆ มีลูกค้าขาประจำ สิ่งสำคัญคือ คุณต้องทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นว่าของคุณดีจริง จ่ายเงินแล้วได้รับของจริง
ข้อดีของการขายของออนไลน์คือ มีงานประจำแล้วก็ขายของเพิ่มรายได้ไปด้วยก็ได้

อย่างแรกที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์มือใหม่ที่อยากมี ธุรกิจขายของออนไลน์ สิ่งที่นึกถึงย่อมเป็นการเปิด Page บน Facebook เพื่อสื่อสารข้อมูลของตัวสินค้าออกไป ให้กับลุกค้าที่เข้ามา การใช้งาน Facebook ถือเป็นเรื่องดีเพราะคนไทยแทบทุกคนที่ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นประจำย่อมต้องมี Facebook กันทุกคนอยู่แล้ว แต่จะใช้เพียง Facebook นั้นก็คงไม่พอกับการนำเสนอเพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงสินค้าของเราได้ ดั้งนั้นเราต้องหาอย่างอื่นนอกจาก Facebook มานำเสนอสินค้าของเรา

ธุรกิจขายของออนไลน์

ข้อแนะนำคือทำสองอย่างทั้ง Facebook และเว็บไซต์
การทำเว็บไซต์เหมาะสำหรับข้อมูลที่เป็นข้อมูลถาวร เปลี่ยนแปลงยาก เช่น ประวัติความเป็นมา รายการสินค้า สถานที่ติดต่อร้านค้า เบอร์โทรศัพท์ วิธีการสั่งซื้อ-ชำระเงิน ซึ่งธุรกิจขนาดเล็กที่เพิ่งเริ่มต้นมักมีข้อมูลแบบนี้ไม่เกิน 5-6 หน้าอยู่แล้วเมื่อเรานำข้อมูลเหล่านี้ขึ้นเว็บไซต์ ระบบเก็บข้อมูลของ Google จะค้นเจอได้ง่ายกว่า ทั้งนี้ผู้สร้างเว็บไซต์ควรเรียนรู้เทคนิคการเขียนข้อมูลให้ Google อ่านเข้าใจมากขึ้นหรือการทำ SEO สักเล็กน้อยด้วย ซึ่งความรู้เรื่องนี้หาอ่านได้ทั่วไปจากอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว

ส่วน Facebook เหมาะสำหรับข้อมูลที่มีความเคลื่อนไหวบ่อยๆ เช่น สินค้าใหม่ โปรโมชั่นใหม่ หรือมีลูกค้าบางคนลองใช้แล้วชอบ แนะนำบอกต่อ เราก็สามารถนำเนื้อหาหรือรีวิวพวกนี้มาอัพเดตผ่าน Page ได้

ถึงแม้ผมจะแนะนำให้เจ้าของธุรกิจทุกคนมีเว็บไซต์ แต่ก็ต้องเตือนเช่นกันว่าการทำเว็บไซต์มีภาระในการดูแลรักษาตามมาพอสมควร ถ้าไม่พร้อมจริงๆ ไม่ควรลงทุนกับเว็บไซต์เต็มรูปแบบ ตั้งแต่จ้างออกแบบ เช่าเซิร์ฟเวอร์เอง ฯลฯ เพราะผลตอบแทนที่ได้อาจไม่คุ้มกันในช่วงแรกๆ ที่ธุรกิจเรายังไม่เติบโต

เมื่อมีช่องทางการขายพร้อมแล้ว ลำดับถัดไปก็คือการประชาสัมพันธ์ร้านค้าหรือผลิตภัณฑ์ของเราให้เป็นที่รู้จัก ซึ่งอันนี้คงขึ้นกับสินค้าแต่ละตัวที่มีคุณลักษณะแตกต่างกัน และขึ้นกับสไตล์ของพ่อค้าแม่ค้าแต่ละคนที่อยากมี ธุรกิจขายของออนไลน์

วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2559

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเปิด ร้านขายของออนไลน์

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเปิด ร้านขายของออนไลน์

ในปัจจุบันการซื้อขายสินค้าผ่านหน้าร้านขายของออนไลน์ในประเทศไทย ผู้คนส่วนใหญ่ในประเทศให้การยอมรับเปิดกว้างมากขึ้นกว่าเดิมมาก คงเป็นเพราะทุกคนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีกันหมดแล้ว เลยทำให้พ่อค้าแม่ขายสนใจหาช่องทางค้าขายสินค้าหรือนำเสนอสินค้าเพิ่มมากขึ้นโดยการเปิดร้านขายของออนไลน์ 

ร้านขายของออนไลน์

3 สิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนเปิดร้านขายของออนไลน์

1.สินค้า อันดับแรกก่อนที่จะเปิดร้านค้า สิ่งที่จำเป็นที่สุดของจุดมุ่งหมายนี้คือ การขายสินค้า เพราะฉะนั้นสินค้าจึงเป็นหัวใจสำคัญหลักในการทำรายได้ทั้งหมดให้กับคุณ ส่วนตัวเว็บไซต์เป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่ง ซึ่งเป็นตัวผลักดันให้สินค้าของคุณขายได้ ดังนั้น อันดับแรกต้องจัดเตรียม สินค้าให้พร้อมที่จะขาย คุณอาจติดต่อโดยตรงกับผู้ผลิต หรือนำเข้ามาเอง ไม่ก็ผลิตเองไปเลยยิ่งดีมาก
2.ข้อมูลร้าน และข้อมูลสินค้า ในเมื่อคุณมีสินค้าที่ต้องการนำมาขายผ่านระบบออนไลน์แล้ว สิ่งที่ต้องจัดเตรียมต่อมา คือ ข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ของสินค้าที่คุณจะขาย นอกจากข้อมูลของตัวสินค้าเอง อย่าลืมจัดเตรียมข้อมูลติดต่อกับลูกค้าของท่านลงไปด้วย มีอะไรก็ใส่ๆ ไปให้หมด อาทิเช่น เบอร์โทร ที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้ อีเมล์ เฟสบุ๊ค Line ลงไปให้หมด อีกอย่างโปรดสร้างความเชื่อถือโดยการใช้ข้อมูลที่เป็นจริงเท่านั้น
3.รูปภาพประกอบ  มีข้อมูลแล้วสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับผู้ที่ทำการขายสินค้าผ่านเน็ต รูปภาพเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง คนเราจะซื้อไม่ซื้อก็จะตรงกันตรงนี้แหละ ยิ่งมีรูปภาพมากเท่าไหร่ยิ่งดีเท่านั้น แต่การถ่ายภาพจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีหลักการ และจัดองค์ประกอบให้ลงตัว  ยิ่งรูปภาพสินค้าดูสวย ดูดีมีสไตล์โดนใจลูกค้าโอกาสที่จะขายได้มีสูงมาก เพราะจุดแรกที่ลูกค้าของคุณต้องการมากที่สุดคืออยากจะเห็นในตัวสินค้า ยิ่งเวลาขายสินค้าผ่านออนไลน์ ลูกค้าจะไม่สามารถจับต้องในตัวสินค้าได้จนกว่าทำการสั่งซื้อจนถึงขั้นตอนจัดส่ง เพราะอย่างนี้นี่เองรูปภาพจึงมีความสำคัญมาก

การเปิดร้านขายของออนไลน์

หลายท่านอาจเป็นมือใหม่ แต่มีความสนใจอยากมีเว็บไซต์ขายสินค้าเป็นของตัวท่านเอง ก่อนที่จะเริ่มทำการเปิดเว็บไซต์ขายสินค้า คุณจำเป็นต้องรู้ข้อมูลพื้นฐานต่างๆ กันก่อน ว่าเว็บไซต์ขายสินค้าของเราเกิดขึ้นได้อย่างไร และมีองค์ประกอบอะไรบ้างตรงนี้ให้ไปศึกษาเพิ่มเติมเอานะครับ มือใหม่อาจรู้สึกมีความยุ่งยากมากหากไม่มีความรู้มาก่อนเลย แต่ในปัจจุบันมีคนจำนวนมากที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับการสร้างเว็บไซต์มาก่อน กลับสามารถมีเว็บไซต์ขายสินค้าเป็นของตนเองได้โดยที่ไม่ต้องทำเว็บไซต์เอง หรือเขียนเว็บเอง ร้านขายของออนไลน์สำหรับมือใหม่ และผู้ที่ไม่มีความรู้ท่านไม่ต้องกังวลอีกต่อไปว่าท่านจะทำไม่ได้ เพราะมีบริการเปิดร้านค้าออนไลน์สำเร็จรูปให้ท่านได้ใช้บริการ ซึ่งมีผู้เปิดให้บริการเยอะมากมีบริการใช้งานฟรี หรือแบบเสียเงินรายเดือน รายปี ขึ้นอยู่กับบริการที่ท่านต้องการ มีเจ้าหน้าทีคอยให้คำแนะนำตั้งเริ่มเปิดเว็บไซต์จนถึงขั้นตอนส่งสินค้าให้กับลูกค้า

วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2559

เริ่มต้นการทำธุรกิจส่วนตัว ทำธุรกิจออนไลน์

เริ่มต้นการทำธุรกิจส่วนตัว ทำธุรกิจออนไลน์

ในปัจจุบันนี้ การทำธุรกิจ ในทางออนไลน์มีมากมายแต่เราจะหาวิธีที่จะแข่งขันกับคนอื่นได้อย่างไร ดังนั้นเราจึงต้องสร้าง หน้าร้านค้าออนไลน์ของเราออกมา เช่น เว็บไซต์ , Facebook Fanpage เพื่อเอาไว้นำเสนอสินค้าของเรา สิ่งที่สำคัญในการทำธุรกิจนั่นก็คือ การตลาดออนไลน์ หากการตลาดเราดีเราก็มี โอกาสที่จะได้ขายของมากว่าผู้อื่นดังนั้นเราควรศึกษาหลักการทำการตลาดให้ดีโดยส่วนมาก มักจะทำใน Google (SEO, Adwords) , Social Media และ Youtube เป็นต้น


เริ่มต้นธุรกิจส่วนตัว อะไรดี

ในโลกของชีวิตจริง “เริ่มต้นธุรกิจ” ทำได้ง่ายมากขึ้น เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหน ก็มีแต่คนที่สนใจจะทำธุรกิจส่วนตัว เด็กรุ่นใหม่หลายคนก็ตั้งมั่นแน่วแน่ว่าจะทำธุรกิจส่วนตัวทันทีที่เรียนจบ นั้นก็เพราะยุคนี้ การรวยเร็ว ไว และประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย จะช่วยให้มีเวลาที่เหลือใช้ชีวิตได้ตามที่ใจต้องการ

การเริ่มต้นธุรกิจที่ดี ควรคำนึงถึงความสามารถ และ Connection เป็นหลักเพราะทั้ง 2 สิ่งนี้เป็นส่วนประกอบของโอกาสที่เป็นต้นทุนดีกว่าคนอื่น ช่วยเปิดทางให้แนวคิดในการเริ่มต้นทำธุรกิจอะไรก่อนดีนั่นเอง

ด้วยความสามารถและ Connection ต่างๆ จะเป็นวัตถุดิบชั้นดี ในการค้นหาธุรกิจทีต้องการเริ่มต้นทำก่อนเป็นอันดับแรก และเมื่อค้นหาเจอแล้วต้องทุ่มเทกับให้สุดชีวิตครับ เพื่อนำประสบการณ์มาสร้างธุรกิจเดิมหรือธุรกิจอื่นๆได้ดียิ่งขึ้นต่อไป

อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ทำอย่างไรดี

เมื่อทำธุรกิจส่วนตัวแล้วมั่นคงในสักระยะนึ่ง ผลตอบแทนย่อมสูงกว่าการเป็นมนุษย์เงินเดือนอย่างแน่นอน นั้นก็เพราะรายได้เกิดจากกลุ่มลูกค้าหลายทางหลายพื้นที่ ซึ่งมากกว่าการเป็นมนุษย์เงินเดือนที่รับรายได้เพียง 1 ทางเท่านั้น

การทำธุรกิจของตัวเองนั้นไม่สามารถทำได้ในทันทีทันใด เมื่อทำธุรกิจของตัวเอง ต้องผ่านช่วงของการเรียนรู้ทุกขั้นตอน เช่น การต่อรองราคา, การค้าหาสินค้าที่ขายได้, การค้นหาช่องทางการขายและการโฆษณา ซึ่งสิ่งๆต่างๆเหล่านี้เปลี่ยนแปลงเร็ว และไม่ค่อยแน่นอน ทำให้คนทำธุรกิจตัวเอง ต้องปรับตัวเร็วและตื่นตัวมากกว่าการทำงานประจำ ส่งผลให้คนที่ ”อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ” ต้องขยัน อดทน พัฒนา และมีวิสัยทัศน์ในการทำธุรกิจพอตัวทีเดียว
การค้นหา ” ธุรกิจที่เหมาะกับตัวเอง ” จะเริ่มต้นด้วยสิ่งที่ตัวเองถนัด และรู้ดีที่สุด จะเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่สุด หลังจากนั้นจึงต่อยอดไปสู่สิ่งที่รักและธุรกิจตัวเองที่อยากสร้าง โดยต้องพัฒนาทักษะและความสามารถควบคู่กันไปด้วย
ในช่วงเริ่มต้นทำธุรกิจออนไลน์ของตัวเองควรใช้จุดเด่นของตัวเอง ช่วยให้ได้เปรียบคู่แข่ง และสามารถใช้จุดนี้ในการทำการตลาด โปรโมทเพิ่มเติมได้อีกด้วย

วันพุธที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2559

เทคนิคขายของออนไลน์

เทคนิคขายของออนไลน์ทำไมถึงเยอะ แล้วเทคนิคนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร

“ออนไลน์” เป็นคำที่แสดงถึงสถานะที่มีการเชื่อมต่อกับเครือข่ายใดๆ ซึ่งในเรื่องที่เราพูดถึงกันอยู่นี้ จะหมายถึงเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ดังนั้น “ขายของออนไลน์” ก็คือ การขายของทางอินเตอร์เน็ต ที่เราได้ยินบ่อยๆ นั่นเอง หรือถ้าให้อธิบายแบบวิชาการ จะเรียกว่า “ อีคอมเมิร์ซ (e-Commerce)” หรือ “พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์” ซึ่งหมายถึงการดำเนินการซื้อขายสินค้าและบริการด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต

การขายของออนไลน์ในปัจจุบันกำลังเป็นที่น่าสนใจของพ่อค้าแม่ค้าหลายต่อหลายคน ซึ่งเทคนิคขายของออนไลน์นั้นแตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นโฆษณาต่างๆ ด้วยวิธีการเหล่านี้จะทำให้การค้าขายสินค้าของเราเข้าถึงให้กับผู้ใช้ได้เร็วขึ้น  แต่พ่อค้าแม่ค้ามือใหม่หลายคนยังขายประสบณ์การเพราะว่าการขายของออนไลน์นั้นไม่ว่าใครก็ทำได้ ดังนั้นเรามาดูว่าปัญหาของธุรกิจรายย่อยแบบนี้เกิดปัญหาอะไรบ้าง




  1. ขาดการวิเคราะห์ธุรกิจ
จะเห็นได้ทั่วไปในการทำการตลาด นักธุรกิจรายย่อย ( SME ) มักจะขาดการวิเคราะห์ธุรกิจเสมอ เราจะแบ่งเป็น 3 ประเภท
  • การตลาดแบบ นิช มาร์เก็ต ( Niche Market ) คือ การลงโฆษณา ทำการตลาด เฉพาะ กลุ่มที่สนใจเท่านั้น โดยผ่านการวิเคราะห์ วางแผน ธุรกิจมาแล้ว อย่างดี เลือกเฉพาะกลุ่มคนที่สนใจ สินค้าของเราเท่านั้น
  • การตลาดแบบ หว่านแห ( Mass ) คือ การลงโฆษณา ทำการตลาด แบบเจาะกลุ่มเป้าหมายกว้างๆ  จะเจาะเป็นภาพรวมทั้งหมด ทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณเป็นอย่างมาก โดยไม่ค่อยมียอดขายเท่าใดนัก แต่จะมีผลดีในการสร้างแบรนด์มากกว่า (เหมาะสำหรับผู้มีงบประมาณสูง)
  • การตลาดแบบ เฉพาะเจาะจงมากๆ ( Long Tail ) คือ การลงโฆษณา ทำการตลาด เฉพาะ กลุ่มที่สนใจจริงๆเท่านั้น และ ยังระบุ รุ่น ยี่ห้อ ราคา อย่างสมบูรณ์ วิธีการนี้ บ่อยครั้งที่จะขายสินค้าได้ โดยไม่จำเป็นต้องพูดอะไรซักคำเดียว
  1. ความรู้พื้นฐานไม่เพียงพอ
ต้องยอมรับว่าในปัจจุบันการทำการตลาดในโลกออนไลน์นั้น มีความนิยมกันมากขึ้น ดังนั้น จึงมีการแข่งขันมากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน เราจึงเห็นนักธุรกิจรายย่อย หรือ เจ้าของกิจการเล็กๆ ( SME )  ที่ลงทุนเงิน ลงทุนเวลา ทำการตลาดออนไลน์แล้วไม่เกิดผลลัพธ์… เพราะ พวกเขาไม่มีความรู้พื้นฐานมากพอนั้นเอง
  1. ซื้อความรู้ในราคาแพงเกินไป
ความหมายของคำว่า ซื้อความรู้ หมายถึง การที่เจ้าของธุรกิจรายย่อย ( SME ) ได้ทำการลองผิดลองถูก โดยจ้างนักการตลาดในโลกออนไลน์ ลงโฆษณานู้นนี้ หลากหลายช่องทาง เป็นจำนวนเงิน หลักหมื่น ถึง หลักแสน ( จากคนที่ไม่รู้จริง ) แล้วเกิดผลลัพธ์บ้าง ไม่เกิดผลลัพธ์บ้าง เป็นการซื้อความรู้ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าเป็นการซื้อประสบการณ์นั้นเอง

ทำไมเดี๋ยวนี้คนหันมาขายของออนไลน์กันเยอะจัง?

- คนไทยใช้งานอินเตอร์เน็ตมากกว่าเมื่อก่อนมาก มากจนอินเตอร์เน็ตกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันที่ขาดไม่ได้ของใครหลายคนไปแล้ว ไม่เพียงแค่การใช้งานอินเตอร์เน็ตผ่านทางเครื่องคอมพิวเตอร์พีซีหรือโน๊ตบุ๊คแบบเดิมๆ เดี๋ยวนี้เราเชื่อมต่อกับโลกอินเตอร์เน็ตได้ตลอดเวลาผ่านทางมือถือสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่พกพาติดตัวไปไหนต่อไหนได้อย่างสะดวก เรียกว่าออนไลน์กันได้ทั้งวัน ในเมื่อกลุ่มเป้าหมายที่อาจจะเป็นลูกค้าใช้เวลาอยู่กับอินเตอร์เน็ต คนขายของก็มานำเสนอขายสินค้ากันที่นี่แหละ
- ทำตามกระแส ทำตามคนอื่น ได้ยินว่าคนโน้น คนนี้ เพื่อน ญาติพี่น้อง คนรู้จักทำกัน ขายของออนไลน์แล้วได้เงินเยอะ จนซื้อรถซื้อบ้านได้ เลยอยากลองทำ เผื่อจะรวยแบบเค้าบ้าง
- หารายได้เพิ่ม / รายได้เสริม สำหรับคนที่ไม่ได้มีอาชีพค้าขาย อย่างคนที่ทำงานประจำ แม่บ้าน นักศึกษา ตลอดจนคนที่เคยเป็นผู้ซื้อแต่อยากเปลี่ยนเป็นผู้ขายบ้าง ก็หันมาขายของออนไลน์กันเพิ่มขึ้นๆ ทุกวัน หารายได้เสริม หรือเผื่อจะได้เป็นอาชีพหลักในอนาคตต่อไป
- คนนิยมค้นหาข้อมูลสินค้าและร้านค้าบนอินเตอร์เน็ตมากขึ้น
- คนไทยกล้าซื้อของออนไลน์กันมากขึ้น
- เพิ่มช่องทางการขาย สำหรับคนขายสินค้าที่มีร้านค้า หรือสถานที่ขายของเป็นหลักเป็นแหล่งอยู่แล้ว การเปิดร้านค้าออนไลน์ควบคู่กันไปด้วยทำให้ได้ลูกค้าเพิ่มขึ้น ทีนี้ก็สามารถขายของให้กับลูกค้าที่อยู่ไกลไม่สะดวกมาที่ร้านได้แล้ว


จากการเกิดปัญหาของนักธุรกิจหรือพ่อค้าแม่ค้ามือใหม่ ดังที่ได้กว่ามานั้นจึงเกิดมีเทคนิคขายของออนไลน์เกิดขึ้นมากมายหลายรูปแบบแล้วแต่คนจะคิดและสรรหาวิธีในการ นำสินค้าเพื่อนำเสนอต่อลูกค้า

วันศุกร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2559

อยาก “รวย” โดยการเปิดร้านขายของออนไลน์ คุณ“พร้อม” แค่ไหน

ความเป็นจริงของโลกออนไลน์ “รวย”กันง่ายๆหรือ

อย่างที่เข้าใจกันดี ธุรกิจบนโลก ออนไลน์ นั้น เข้าง่าย แต่ ก็ออกง่ายเช่นกัน นั่นก็เพราะโลกออนไลน์ นั้น ไม่ใช่ทุกคนที่จะ “รวย” กันง่ายๆ ความจริงทีว่าโลกออนไลน์ช่วย ลบ ช่องว่าง ของ ระยะทาง ให้เหมือนทั้งโลกเข้ามา ติดกัน คุณสามารถ ขายสินค้า อะไรก็ตามให้ กับ ใครก็ได้ ในโลกนี้ แต่คนอื่นๆ ก็ทำได้เหมือน คุณเช่นกัน เป็นเพราะปัจจุบันที่โลกได้พัฒนาก้าวไกลมากขึ้น การติดต่อสื่อสารสะดวกขึ้น จึงทำให้การขายสินค้าไม่จำเป็นที่จะต้อง มีสถานที่ตั้งร้าน อีกต่อไปแล้วและก็ไม่จำเป็นที่ผู้ซื้อจะต้องเดินทางไป จับจ่ายใช้สอยอีกต่อไป เพียงแค่คุณอยู่บ้าน ก็สามารถเป็นได้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ก็เพราะมันง่ายและสะดวกสบาย ถึงได้เกิดกิจการทำเว็บที่เป็นร้านขายของออนไลน์ ขึ้นมากมาย และเกิดการแข่งขันสูงขึ้น เกิดเป็นสมรภูมิ ขึ้นแล้วถ้าคุณเป็นหนึ่งที่คิดจะตั้งร้านขายสินค้าบนโลกออนไลน์ คุณจะทำอย่างไรเพื่อให้ร้าน และสินค้าของคุณ สามารถดึงดูด นักช็อปบนโลกอินเตอร์เน็ท ให้เข้ามายังร้านของคุณให้มากที่สุด ยินดีต้อนรับ สงครามธุรกิจ ออนไลน์ เริ่มขึ้นแล้ว เราจะไปรู้จัก กับสมรภูมิหนึ่งที่เป็นที่ กล่าวถึงกันอย่างมากบนโลกออนไลน์ SEO นั่นเอง

ร้านขายของออนไลน์

SEO คืออะไร
SEO หรือ Search engine optimization คือกระบวนการที่พยายามเพิ่ม Traffic ที่มีคุณภาพ เข้าสู่เว็บไซต์ (ของคุณ) จาก Search Enigne ต่างๆ ด้วยวิธีการต่างๆ เพราะโดยปกติแล้วเว็บไซต์ที่ปรากฏอยู่ใน Search Engine ในลำดับแรกๆ มักจะถูกคลิกบ่อยกว่าเว็บไซต์ที่อยู่ด้านล่าง หรืออยู่หน้าถัดไป โดยปกติแล้วเป้าหมายการทำ SEO นั้นอยู่หลายที่ เช่น Image Search, Video Search แต่ที่เราใช้มากที่สุดคือ Web Search นั่นเอง พูดง่ายๆ ก็คือ SEO คือการทำสงครามระหว่าง WebMaster ทั้งหลาย เพื่อช่วงชิงตำแหน่งสูงๆ ของผลลัพธ์ในการค้นหาจาก Search Engine ชื่อดังต่างๆ โดยมี Keyword เป็น อาวุธนั่นเอง

ปัญหา หลัก ที่ทำให้ การค้าขาย บนโลก ออนไลน์ ไม่อาจ “รวย” อย่างที่คิด 

เมื่อลูกค้า เข้าถึง ร้านขายของออนไลน์ของคุณ ไม่ว่าจะช่องทางใดแล้วนั้น เมื่อลูกค้าเจอสิ่งที่ต้องการ แล้วแต่กลับ ไม่กล้า “ซื้อ” ทั้งที่ ของสิ่งนั้น อาจใช่สิ่งที่ลูกค้าต้องการ ทั้งคุณภาพ และราคา เป็นเพราะอะไร ปัญหา ใหญ่ที่สุด ของ e – commerce ในประเทศไทย และ ที่อื่นๆ คือ คำถามเรื่อง “ของความ ปลอดภัย” และ “ความน่าเชื่อถือ” คุณลองถาม คนส่วนใหญ่ เหตุผลอะไร ที่เค้า ไม่ ”ซื้อ” สินค้า ผ่านทางอินเตอร์เน็ต มั่นใจ ได้เลยครับว่า คำตอบ ที่ได้ โดยส่วนใหญ่ จะไม่พ้น สอง ข้อหลักๆ ดังกล่าว เนื่องด้วย การค้าขายออนไลน์ โดยเฉพาะในไทยนั้นยังไม่สามารถสร้าง สิ่งเหล่านี้ได้อย่างเพียงพอ นั่นคือ ผู้ที่จะประสบความสำเร็จ บนเส้นทางนี้ได้ นั้น คือ ผู้ที่ ตอบคำถาม ของผู้ซื้อ ทั้งสองข้อนี้ ได้นั่นเอง ผู้ที่ชิงความได้เปรียบข้อนี้ ไม่ว่าทางใด ก็ตาม คือ ผู้ที่ได้ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง แห่งโลก e – commerce ในสินค้าที่คุณค้าขาย อย่างไม่ต้องสงสัย และแน่นอน สินค้า คุณ ต้องดี

อยาก “รวย ” แล้วร้านค้าของคุณ “พร้อม” แค่ไหน ? หลัก การพัฒนาเว็บไซต์

ก่อนจะเป็น เสี่ยออนไลน์ กลับมาดู รายการเหล่านี้กันก่อนว่า ร้านออนไลน์ ของเพื่อนสมาชิก ได้ถูกปูทาง สู่เส้นทาง “รวย ออนไลน์”และ เข้าหลักการ การพัฒนา เว็บไซค์ ไว้มากน้อยแค่ไหน 1. รู้จัก ตัวเอง และ รู้จัก ผู้ซื้อ คำถามที่เรียบง่ายแต่ตอบไม่ง่ายเลย คุณรุ้จักตัวเองมากน้อยแค่ไหน สิ่งที่คุณทำ สิ่งที่คุณเป็นและสินค้าที่คุณ ขาย รวมทั้งขั้นตอนการซื้อขายมัน เมื่อตอบคำถามเหล่านี้ได้แล้ว กลับมาถามต่อว่า กลุ่มผู้ซื้อ คือใคร และเค้าจะเข้าถึงสินค้า คุณได้อย่างไร นี่เป็นคำถามเริ่มต้นที่คุณต้องตอบตัวเองให้ได้ ก่อนข้ออื่นๆ เพราะบางครั้งเราลืมไปว่า เราทำเว็บเพื่อใคร และให้ใครเป็นผู้ใช้ โดยส่วนมากมักพลาดที่จะ “รวย” เพียงเพราะออกแบบให้ตัวเองใช้งาน แต่ไม่ใช่ลูกค้าใช้งาน ขอให้ยึดหลักง่ายๆ คือ “เราขายอะไร และ ใครเป็นผู้ใช้งานเว็บ”
2. ร้านต้องเข้าถึง ได้อย่างง่าย และ รวดเร็ว ทำอย่างให้ผู้ซื้อเข้าถึงร้านค้า ได้ เร็วและง่ายที่สุด ตรงนี้ คุณต้องคอยตรวจสอบความเร็วของการเข้าถึงร้านค้า บางครั้งการตกแต่งด้วยรูปภาพหรือ แฟลชที่มากเกินไป ทำให้คุณเสียลูกค้าแบบง่ายๆ เพียงเพราะลูกค้าคุณใช้เน็ตความเร็ว 56k (เป็นความเร็วทั่วไปตามต่างจังหวัด) และลูกค้าเบื่อที่จะรอ ให้เว็บโหลดเสร็จ นอกจากนี้การพัฒนาโปรโมทในช่องทางต่างๆ ก็เป็นส่วนหนึ่งของการช่วยในการเข้าถึงเว็บไซค์ รวมทั้งการทำ SEO ที่กล่าวไว้ ข้างต้น ในหัวข้อนี้ ขอให้ยึดหลัก “เรียบง่ายแต่ต้องดูดี”
3. ผู้ซื้อ ค้นหา สิ่งที่เค้าต้องการ และ เข้าใจรายละเอียด ได้ง่าย และเร็ว แค่ไหน เมื่อคุณลูกค้าเข้าถึงหน้าร้านของเพื่อนสมาชิกแล้ว ระยะเวลาที่เค้าใช้ ในการเข้าใจหน้าเว็บ และค้นหาสิ่งที่เค้าต้องการ ต้องสั้นที่สุด ไม่มีประโยชน์อะไรที่เว็บสวยงาม แต่ลูกค้าหาสิ่งที่เค้าต้องการไม่เจอ ในหัวข้อนี้ ขอให้ยึดหลัก “หาสิ่งที่ต้องการได้โดยที่ไม่ต้องคิด”
4. การสร้างความมั่นใจ และความน่าเชื่อถือ สารสนเทศ บนเว็บ เพียงพอ ที่ ทำให้เค้า กล้า ซื้อขายกับคุณหรือยัง คุณมีข้อมูลเกี่ยวกับ บริษัท หรือตัวคุณมากน้อยแค่ไหน มีแหล่งยืนยันมากน้อยแค่ไหน ว่าคุณทำจริงจังและ มีอยู่จริงนอกจากนี้
5. ขั้นตอนการ ซื้อ ขาย ต้องสั้น ง่าย และ ชัดเจน ขั้นตอนสั้นแค่ไหน คนก็ซื้อง่ายแค่นั้น
6. ค้าขายอย่าง ซื่อสัตย์ คุณคงรู้ดีว่า พลังของ ปากต่อ ปาก มีอิทธิพลขนาดไหน
รายการเหล่านี้ คือ เครื่องมือให้คุณ ตรวจสอบ ร้านค้าออนไลน์ ของคุณเอง ว่าดีพอ ที่จะ เข้าสู่สมรภูมิออนไลน์ หรือยัง และ ถูกหลัก การพัฒนาเว็บไซค์ มากน้อยแค่ไหน สิ่งเหล่านี้ ต้องหมั่นตรวจสอบ และพัฒนาเว็บไซค์ อยู่เรื่อยๆ เพื่อนสมาชิก อาจจะตาลาย และรู้สึกท้อ แต่ขอให้ ยึดหลัก “กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว” สู้ และ พยายาม แล้วงานจะออกมาดี

บทสรุป ที่เรียบง่าย ความเป็นจริง ของการ ขายออนไลน์ที่ “คนอยากรวย” มักมองข้าม

หลายคนที่ทำธุรกิจในด้านนี้ มักทุ่ม พลังงาน และ เวลา ไปกับการ นำเสนอ ข้อมูล และ สิ่งต่าง ๆ มากจนลืม กลับมามองความจริง สิ่งที่เราต้องการขายจริงๆ ว่า มีคุณภาพ ดีพออย่างที่โฆษณา หรือเปล่า คุณอาจจะคิดว่า ไม่เป็นไร ขอให้ขายได้ ก็พอแล้ว ซึ่ง นั่นเป็นการคิดผิดอย่างมหันต์ “พลังของปากต่อ ปากบนโลกออนไลน์” นั้นมีมากพอจะก่อให้เกิดผลอย่างไรก็ได้ กรณีตัวอย่าง google yahoo hotmail หรือแม้แต่ sanook.com ในไทยที่เติบโต ถึงขีดสุด ได้เพราะ พลังของปากต่อ ปาก ในทางเดียวกัน ด้านดี ของสิ่งต่างๆ ไปได้เร็ว แค่ไหน ด้าน ไม่ดีก็เช่นเดียวกัน คุณทำไม่ดีกับลูกค้าไว้หนึ่งคน คุณอาจนึกไม่ถึงเลยว่า ความไม่ดีนั้นไปได้ไกลแค่ไหนในโลกออนไลน์ การแข่งขันกับตัวเอง ความพยายาม และการค้าขายด้วยความซื่อสัตย์ นี่แหละ คือสิ่งความจริงสิ่งเดียว จะทำให้คุณประสบความสำเร็จ เพราะคุณภาพและความดีเหล่านี้จะกระจายไปยัง โลกออนไลน์ แล้วมันจะทำให้คุณ “รวย ออนไลน์ อย่าง ยั่งยืน”

วันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2559

การทำธุรกิจส่วนตัวต้องเริ่มต้นอย่างไร

การทำธุรกิจส่วนตัวต้องเริ่มต้นอย่างไร

คนส่วนใหญ่อาจจะคิดว่า มีแค่ Idea ความรู้ เงินทุน และความขยัน ก็พียงพอแล้ว แต่เราอยากให้คุณรู้ไว้ว่ามันยังมีอีก 2 อย่างที่มีความสำคัญ แม้จะไม่ถึงขนาดจำเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็ชี้เป็นชี้ตายให้ การทำธุรกิจของคุณได้ เปรียบได้ดั่ง การเปลี่ยนทางที่ขรุขระ และคดเคี้ยว เป็นทางด่วน ตัดตรงเข้าสู่ความสำเร็จเลยทีเดียว นั่นคือ สายสัมพันธ์ และโค้ช



  1. โค้ช (Mentor)
“เด็กทุกคนจำเป็นต้องมีโค้ช จริงๆ แล้วทุกคนก็จำเป็นต้องมีโค้ช” เป็นคำพูดของ Donovan Bailey นักวิ่งเหรียญทองโอลิมปิค ปี 1996 ที่ Atlanta ชาวจาไมก้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม ถ้าคุณเรียนรู้จากคนที่มีประสบการณ์ คุณย่อมหลีกเลี่ยงการลองผิดลองถูก ก่อนจะพบวิธีที่ใช้แล้วได้ผล การทำ ธุรกิจส่วนตัว ก็เช่นกัน คุณควรจะพูดคุยแลกเปลี่ยนกับคนที่มีประสบการณ์ หรือโค้ชในธุรกิจที่คุณอยากจะเริ่มสร้าง โค้ชจะช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างรวดเร็ว และรู้ว่าจุดอ่อน จุดแข็งของธุรกิจอยู่ที่ไหน ไม่ต้องเสียเวลาไปลองผิดลองถูก และช่วยลดความเสี่ยงที่คุณจะล้มเหลวได้
  1. สายสัมพันธ์ (Connection)
“การสื่อความ และการสร้างสายสัมพันธ์ เป็นกุญแจที่จะเปิดประตูความสำเร็จของคุณ” เป็นคำพูดของ Paul J. Meyer นักธุรกิจ ชาวอเมริกัน นอกเหนือจาก 3 สิ่งเบื้องต้น สายสัมพันธ์ ยังมีบทบาทสำคัญกับการสร้างธุรกิจของคุณ ถ้าคุณรู้จักคนที่ช่วยเหลือคุณได้ ในแง่มุมที่คุณไม่ถนัด การสร้างธุรกิจของคุณก็จะง่ายขึ้น เช่น คุณอาจจะมีไอเดียผลิตสินค้าที่สุดยอด ตอบโจทย์คนได้เป็นอย่างดีเลย แต่คุณไม่ถนัดการขายและการนำเสนอสินค้า ถ้าคุณรู้จัก และมีสายสัมพันธ์กับบริษัทห้างร้านต่างๆ มันก็เป็นการง่ายที่ คุณจะนำสินค้าของคุณ ไปเสนอให้กับเค้า และให้เค้าช่วยขายสินค้าของคุณ
  1. เงินทุน (Capital)
“มีหลายต่อหลายสิ่งที่เงินแก้ปัญหาได้” เป็นคำพูดของ Danny Boyle ผู้กำกับที่โด่งดังจากเรื่อง Slumdog Millionaire ชาวอังกฤษ คงปฏิเสธได้ยาก ว่าเงินทุนไม่มีผลต่อการเริ่มต้นสร้างธุรกิจ ถ้าไอเดียของคุณไม่สุดยอดระดับพลิกโลกได้ เหมือนกับ Microsoft, Google หรือ Facebook ที่มีนายทุนมาลงทุนให้ตั้งแต่เริ่มต้นสร้างธุรกิจ ฉะนั้นจะมากจะน้อย ไม่ว่าธุรกิจใดก็ตามคุณจำเป็นต้องมีเงินทุนในการทำธุรกิจ และมีเงินทุนบางส่วนที่เก็บไว้เป็นสายป่าน ในการยืนระยะหากธุรกิจคุณเกิดการติดขัดเรื่องการเงินขึ้น
  1. ความคิด (Idea)
“ทุกๆ ความสำเร็จ ทุกๆ ความร่ำรวยของเศรษฐีที่สร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาได้เอง มีจุดเริ่มต้นมาจากไอเดียเล็กๆ” เป็นคำพูดของ Napoleon Hill นักเขียน และนักพูดสร้างแรงบันดาลใจ ชาวอเมริกันเมื่อคุณอยากจะสร้าง ธุรกิจส่วนตัว คุณต้องคิดว่าจะทำธุรกิจอะไร วิธีที่ใช้สร้างไอเดียอย่างง่าย มีอยู่ 2 วิธี วิธีแรก คือ คิดว่าจะทำในสิ่งที่รักและถนัด เช่น คุณอาจจะรักการทำอาหาร และทำอาหารอร่อย ก็อาจจะคิดว่าจะทำธุรกิจร้านอาหารก็เป็นได้
และอีกวิธีหนึ่ง คือ คิดว่าจะสร้างคุณค่าบางอย่างที่คนอื่นๆ ยังมองไม่เห็น เช่น แถวบ้านยังไม่มีร้านสะดวกซื้อ คุณก็อาจจะคิดว่าจะเปิดเซเว่น สร้างความสะดวกให้คนแถวนั้น ก็เป็นการสร้างคุณค่าที่คนอื่นๆ ยังมองไม่เห็นอย่างนึ่ง
  1. ความรู้และทักษะ (Knowledge and Skill)
“ทักษะและความมั่นใจ คือ กองทัพที่ไร้พ่าย” เป็นคำพูดของ George Herbert นักเทศน์ และบาทหลวง ชาวเวลส์อาศัยแค่ไอเดีย กับความอยากทำธุรกิจ คงไม่สามารถขับเคลื่อนมันได้ คุณยังต้องมีทั้งความรู้และทักษะ ที่ใช้ในธุรกิจนั้นๆ เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจของคุณ ซึ่ง ความรู้ หมายถึง สิ่งที่สามารถเรียนรู้ได้จากผู้อื่น อาจจะด้วยการคุยกับผู้รู้ หรืออ่านหนังสือ เช่น การทำบัญชีกำไรขาดทุน ส่วน ทักษะ หมายถึง สิ่งที่คุณเรียนรู้ได้ด้วยการลงมือทำ จนเกิดความเชี่ยวชาญ เช่น การหาทำเลทองเพื่อเปิดร้าน