วันเสาร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2559

ธุรกิจขายของออนไลน์ ของเราต้องมีอะไรบ้าง

การสร้าง ธุรกิจขายของออนไลน์ ของเราต้องมีอะไรบ้าง?

อีกธุรกิจสุดฮิต สร้างรายได้ไม่น้อย เรามักจะเห็นการขายของออนไลน์ ทั้งเสื้อผ้า นาฬิกา แว่นตา เครื่องสำอาง สารพัดอย่าง ในโลกออนไลน์ ที่คุ้นตากันดีผ่าน Facebook Fanpage การเริ่มต้นอาจจะยากสักหน่อย เพราะกว่าที่ร้านของคุณจะเริ่มโด่งดัง ถือเป็นช่วงที่ยากที่สุด และจะค่อยๆ มีลูกค้าขาประจำ สิ่งสำคัญคือ คุณต้องทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นว่าของคุณดีจริง จ่ายเงินแล้วได้รับของจริง
ข้อดีของการขายของออนไลน์คือ มีงานประจำแล้วก็ขายของเพิ่มรายได้ไปด้วยก็ได้

อย่างแรกที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์มือใหม่ที่อยากมี ธุรกิจขายของออนไลน์ สิ่งที่นึกถึงย่อมเป็นการเปิด Page บน Facebook เพื่อสื่อสารข้อมูลของตัวสินค้าออกไป ให้กับลุกค้าที่เข้ามา การใช้งาน Facebook ถือเป็นเรื่องดีเพราะคนไทยแทบทุกคนที่ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นประจำย่อมต้องมี Facebook กันทุกคนอยู่แล้ว แต่จะใช้เพียง Facebook นั้นก็คงไม่พอกับการนำเสนอเพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงสินค้าของเราได้ ดั้งนั้นเราต้องหาอย่างอื่นนอกจาก Facebook มานำเสนอสินค้าของเรา

ธุรกิจขายของออนไลน์

ข้อแนะนำคือทำสองอย่างทั้ง Facebook และเว็บไซต์
การทำเว็บไซต์เหมาะสำหรับข้อมูลที่เป็นข้อมูลถาวร เปลี่ยนแปลงยาก เช่น ประวัติความเป็นมา รายการสินค้า สถานที่ติดต่อร้านค้า เบอร์โทรศัพท์ วิธีการสั่งซื้อ-ชำระเงิน ซึ่งธุรกิจขนาดเล็กที่เพิ่งเริ่มต้นมักมีข้อมูลแบบนี้ไม่เกิน 5-6 หน้าอยู่แล้วเมื่อเรานำข้อมูลเหล่านี้ขึ้นเว็บไซต์ ระบบเก็บข้อมูลของ Google จะค้นเจอได้ง่ายกว่า ทั้งนี้ผู้สร้างเว็บไซต์ควรเรียนรู้เทคนิคการเขียนข้อมูลให้ Google อ่านเข้าใจมากขึ้นหรือการทำ SEO สักเล็กน้อยด้วย ซึ่งความรู้เรื่องนี้หาอ่านได้ทั่วไปจากอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว

ส่วน Facebook เหมาะสำหรับข้อมูลที่มีความเคลื่อนไหวบ่อยๆ เช่น สินค้าใหม่ โปรโมชั่นใหม่ หรือมีลูกค้าบางคนลองใช้แล้วชอบ แนะนำบอกต่อ เราก็สามารถนำเนื้อหาหรือรีวิวพวกนี้มาอัพเดตผ่าน Page ได้

ถึงแม้ผมจะแนะนำให้เจ้าของธุรกิจทุกคนมีเว็บไซต์ แต่ก็ต้องเตือนเช่นกันว่าการทำเว็บไซต์มีภาระในการดูแลรักษาตามมาพอสมควร ถ้าไม่พร้อมจริงๆ ไม่ควรลงทุนกับเว็บไซต์เต็มรูปแบบ ตั้งแต่จ้างออกแบบ เช่าเซิร์ฟเวอร์เอง ฯลฯ เพราะผลตอบแทนที่ได้อาจไม่คุ้มกันในช่วงแรกๆ ที่ธุรกิจเรายังไม่เติบโต

เมื่อมีช่องทางการขายพร้อมแล้ว ลำดับถัดไปก็คือการประชาสัมพันธ์ร้านค้าหรือผลิตภัณฑ์ของเราให้เป็นที่รู้จัก ซึ่งอันนี้คงขึ้นกับสินค้าแต่ละตัวที่มีคุณลักษณะแตกต่างกัน และขึ้นกับสไตล์ของพ่อค้าแม่ค้าแต่ละคนที่อยากมี ธุรกิจขายของออนไลน์

วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2559

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเปิด ร้านขายของออนไลน์

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเปิด ร้านขายของออนไลน์

ในปัจจุบันการซื้อขายสินค้าผ่านหน้าร้านขายของออนไลน์ในประเทศไทย ผู้คนส่วนใหญ่ในประเทศให้การยอมรับเปิดกว้างมากขึ้นกว่าเดิมมาก คงเป็นเพราะทุกคนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีกันหมดแล้ว เลยทำให้พ่อค้าแม่ขายสนใจหาช่องทางค้าขายสินค้าหรือนำเสนอสินค้าเพิ่มมากขึ้นโดยการเปิดร้านขายของออนไลน์ 

ร้านขายของออนไลน์

3 สิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนเปิดร้านขายของออนไลน์

1.สินค้า อันดับแรกก่อนที่จะเปิดร้านค้า สิ่งที่จำเป็นที่สุดของจุดมุ่งหมายนี้คือ การขายสินค้า เพราะฉะนั้นสินค้าจึงเป็นหัวใจสำคัญหลักในการทำรายได้ทั้งหมดให้กับคุณ ส่วนตัวเว็บไซต์เป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่ง ซึ่งเป็นตัวผลักดันให้สินค้าของคุณขายได้ ดังนั้น อันดับแรกต้องจัดเตรียม สินค้าให้พร้อมที่จะขาย คุณอาจติดต่อโดยตรงกับผู้ผลิต หรือนำเข้ามาเอง ไม่ก็ผลิตเองไปเลยยิ่งดีมาก
2.ข้อมูลร้าน และข้อมูลสินค้า ในเมื่อคุณมีสินค้าที่ต้องการนำมาขายผ่านระบบออนไลน์แล้ว สิ่งที่ต้องจัดเตรียมต่อมา คือ ข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ของสินค้าที่คุณจะขาย นอกจากข้อมูลของตัวสินค้าเอง อย่าลืมจัดเตรียมข้อมูลติดต่อกับลูกค้าของท่านลงไปด้วย มีอะไรก็ใส่ๆ ไปให้หมด อาทิเช่น เบอร์โทร ที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้ อีเมล์ เฟสบุ๊ค Line ลงไปให้หมด อีกอย่างโปรดสร้างความเชื่อถือโดยการใช้ข้อมูลที่เป็นจริงเท่านั้น
3.รูปภาพประกอบ  มีข้อมูลแล้วสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับผู้ที่ทำการขายสินค้าผ่านเน็ต รูปภาพเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง คนเราจะซื้อไม่ซื้อก็จะตรงกันตรงนี้แหละ ยิ่งมีรูปภาพมากเท่าไหร่ยิ่งดีเท่านั้น แต่การถ่ายภาพจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีหลักการ และจัดองค์ประกอบให้ลงตัว  ยิ่งรูปภาพสินค้าดูสวย ดูดีมีสไตล์โดนใจลูกค้าโอกาสที่จะขายได้มีสูงมาก เพราะจุดแรกที่ลูกค้าของคุณต้องการมากที่สุดคืออยากจะเห็นในตัวสินค้า ยิ่งเวลาขายสินค้าผ่านออนไลน์ ลูกค้าจะไม่สามารถจับต้องในตัวสินค้าได้จนกว่าทำการสั่งซื้อจนถึงขั้นตอนจัดส่ง เพราะอย่างนี้นี่เองรูปภาพจึงมีความสำคัญมาก

การเปิดร้านขายของออนไลน์

หลายท่านอาจเป็นมือใหม่ แต่มีความสนใจอยากมีเว็บไซต์ขายสินค้าเป็นของตัวท่านเอง ก่อนที่จะเริ่มทำการเปิดเว็บไซต์ขายสินค้า คุณจำเป็นต้องรู้ข้อมูลพื้นฐานต่างๆ กันก่อน ว่าเว็บไซต์ขายสินค้าของเราเกิดขึ้นได้อย่างไร และมีองค์ประกอบอะไรบ้างตรงนี้ให้ไปศึกษาเพิ่มเติมเอานะครับ มือใหม่อาจรู้สึกมีความยุ่งยากมากหากไม่มีความรู้มาก่อนเลย แต่ในปัจจุบันมีคนจำนวนมากที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับการสร้างเว็บไซต์มาก่อน กลับสามารถมีเว็บไซต์ขายสินค้าเป็นของตนเองได้โดยที่ไม่ต้องทำเว็บไซต์เอง หรือเขียนเว็บเอง ร้านขายของออนไลน์สำหรับมือใหม่ และผู้ที่ไม่มีความรู้ท่านไม่ต้องกังวลอีกต่อไปว่าท่านจะทำไม่ได้ เพราะมีบริการเปิดร้านค้าออนไลน์สำเร็จรูปให้ท่านได้ใช้บริการ ซึ่งมีผู้เปิดให้บริการเยอะมากมีบริการใช้งานฟรี หรือแบบเสียเงินรายเดือน รายปี ขึ้นอยู่กับบริการที่ท่านต้องการ มีเจ้าหน้าทีคอยให้คำแนะนำตั้งเริ่มเปิดเว็บไซต์จนถึงขั้นตอนส่งสินค้าให้กับลูกค้า

วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2559

เริ่มต้นการทำธุรกิจส่วนตัว ทำธุรกิจออนไลน์

เริ่มต้นการทำธุรกิจส่วนตัว ทำธุรกิจออนไลน์

ในปัจจุบันนี้ การทำธุรกิจ ในทางออนไลน์มีมากมายแต่เราจะหาวิธีที่จะแข่งขันกับคนอื่นได้อย่างไร ดังนั้นเราจึงต้องสร้าง หน้าร้านค้าออนไลน์ของเราออกมา เช่น เว็บไซต์ , Facebook Fanpage เพื่อเอาไว้นำเสนอสินค้าของเรา สิ่งที่สำคัญในการทำธุรกิจนั่นก็คือ การตลาดออนไลน์ หากการตลาดเราดีเราก็มี โอกาสที่จะได้ขายของมากว่าผู้อื่นดังนั้นเราควรศึกษาหลักการทำการตลาดให้ดีโดยส่วนมาก มักจะทำใน Google (SEO, Adwords) , Social Media และ Youtube เป็นต้น


เริ่มต้นธุรกิจส่วนตัว อะไรดี

ในโลกของชีวิตจริง “เริ่มต้นธุรกิจ” ทำได้ง่ายมากขึ้น เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหน ก็มีแต่คนที่สนใจจะทำธุรกิจส่วนตัว เด็กรุ่นใหม่หลายคนก็ตั้งมั่นแน่วแน่ว่าจะทำธุรกิจส่วนตัวทันทีที่เรียนจบ นั้นก็เพราะยุคนี้ การรวยเร็ว ไว และประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย จะช่วยให้มีเวลาที่เหลือใช้ชีวิตได้ตามที่ใจต้องการ

การเริ่มต้นธุรกิจที่ดี ควรคำนึงถึงความสามารถ และ Connection เป็นหลักเพราะทั้ง 2 สิ่งนี้เป็นส่วนประกอบของโอกาสที่เป็นต้นทุนดีกว่าคนอื่น ช่วยเปิดทางให้แนวคิดในการเริ่มต้นทำธุรกิจอะไรก่อนดีนั่นเอง

ด้วยความสามารถและ Connection ต่างๆ จะเป็นวัตถุดิบชั้นดี ในการค้นหาธุรกิจทีต้องการเริ่มต้นทำก่อนเป็นอันดับแรก และเมื่อค้นหาเจอแล้วต้องทุ่มเทกับให้สุดชีวิตครับ เพื่อนำประสบการณ์มาสร้างธุรกิจเดิมหรือธุรกิจอื่นๆได้ดียิ่งขึ้นต่อไป

อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ทำอย่างไรดี

เมื่อทำธุรกิจส่วนตัวแล้วมั่นคงในสักระยะนึ่ง ผลตอบแทนย่อมสูงกว่าการเป็นมนุษย์เงินเดือนอย่างแน่นอน นั้นก็เพราะรายได้เกิดจากกลุ่มลูกค้าหลายทางหลายพื้นที่ ซึ่งมากกว่าการเป็นมนุษย์เงินเดือนที่รับรายได้เพียง 1 ทางเท่านั้น

การทำธุรกิจของตัวเองนั้นไม่สามารถทำได้ในทันทีทันใด เมื่อทำธุรกิจของตัวเอง ต้องผ่านช่วงของการเรียนรู้ทุกขั้นตอน เช่น การต่อรองราคา, การค้าหาสินค้าที่ขายได้, การค้นหาช่องทางการขายและการโฆษณา ซึ่งสิ่งๆต่างๆเหล่านี้เปลี่ยนแปลงเร็ว และไม่ค่อยแน่นอน ทำให้คนทำธุรกิจตัวเอง ต้องปรับตัวเร็วและตื่นตัวมากกว่าการทำงานประจำ ส่งผลให้คนที่ ”อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ” ต้องขยัน อดทน พัฒนา และมีวิสัยทัศน์ในการทำธุรกิจพอตัวทีเดียว
การค้นหา ” ธุรกิจที่เหมาะกับตัวเอง ” จะเริ่มต้นด้วยสิ่งที่ตัวเองถนัด และรู้ดีที่สุด จะเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่สุด หลังจากนั้นจึงต่อยอดไปสู่สิ่งที่รักและธุรกิจตัวเองที่อยากสร้าง โดยต้องพัฒนาทักษะและความสามารถควบคู่กันไปด้วย
ในช่วงเริ่มต้นทำธุรกิจออนไลน์ของตัวเองควรใช้จุดเด่นของตัวเอง ช่วยให้ได้เปรียบคู่แข่ง และสามารถใช้จุดนี้ในการทำการตลาด โปรโมทเพิ่มเติมได้อีกด้วย

วันพุธที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2559

เทคนิคขายของออนไลน์

เทคนิคขายของออนไลน์ทำไมถึงเยอะ แล้วเทคนิคนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร

“ออนไลน์” เป็นคำที่แสดงถึงสถานะที่มีการเชื่อมต่อกับเครือข่ายใดๆ ซึ่งในเรื่องที่เราพูดถึงกันอยู่นี้ จะหมายถึงเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ดังนั้น “ขายของออนไลน์” ก็คือ การขายของทางอินเตอร์เน็ต ที่เราได้ยินบ่อยๆ นั่นเอง หรือถ้าให้อธิบายแบบวิชาการ จะเรียกว่า “ อีคอมเมิร์ซ (e-Commerce)” หรือ “พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์” ซึ่งหมายถึงการดำเนินการซื้อขายสินค้าและบริการด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต

การขายของออนไลน์ในปัจจุบันกำลังเป็นที่น่าสนใจของพ่อค้าแม่ค้าหลายต่อหลายคน ซึ่งเทคนิคขายของออนไลน์นั้นแตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นโฆษณาต่างๆ ด้วยวิธีการเหล่านี้จะทำให้การค้าขายสินค้าของเราเข้าถึงให้กับผู้ใช้ได้เร็วขึ้น  แต่พ่อค้าแม่ค้ามือใหม่หลายคนยังขายประสบณ์การเพราะว่าการขายของออนไลน์นั้นไม่ว่าใครก็ทำได้ ดังนั้นเรามาดูว่าปัญหาของธุรกิจรายย่อยแบบนี้เกิดปัญหาอะไรบ้าง




  1. ขาดการวิเคราะห์ธุรกิจ
จะเห็นได้ทั่วไปในการทำการตลาด นักธุรกิจรายย่อย ( SME ) มักจะขาดการวิเคราะห์ธุรกิจเสมอ เราจะแบ่งเป็น 3 ประเภท
  • การตลาดแบบ นิช มาร์เก็ต ( Niche Market ) คือ การลงโฆษณา ทำการตลาด เฉพาะ กลุ่มที่สนใจเท่านั้น โดยผ่านการวิเคราะห์ วางแผน ธุรกิจมาแล้ว อย่างดี เลือกเฉพาะกลุ่มคนที่สนใจ สินค้าของเราเท่านั้น
  • การตลาดแบบ หว่านแห ( Mass ) คือ การลงโฆษณา ทำการตลาด แบบเจาะกลุ่มเป้าหมายกว้างๆ  จะเจาะเป็นภาพรวมทั้งหมด ทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณเป็นอย่างมาก โดยไม่ค่อยมียอดขายเท่าใดนัก แต่จะมีผลดีในการสร้างแบรนด์มากกว่า (เหมาะสำหรับผู้มีงบประมาณสูง)
  • การตลาดแบบ เฉพาะเจาะจงมากๆ ( Long Tail ) คือ การลงโฆษณา ทำการตลาด เฉพาะ กลุ่มที่สนใจจริงๆเท่านั้น และ ยังระบุ รุ่น ยี่ห้อ ราคา อย่างสมบูรณ์ วิธีการนี้ บ่อยครั้งที่จะขายสินค้าได้ โดยไม่จำเป็นต้องพูดอะไรซักคำเดียว
  1. ความรู้พื้นฐานไม่เพียงพอ
ต้องยอมรับว่าในปัจจุบันการทำการตลาดในโลกออนไลน์นั้น มีความนิยมกันมากขึ้น ดังนั้น จึงมีการแข่งขันมากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน เราจึงเห็นนักธุรกิจรายย่อย หรือ เจ้าของกิจการเล็กๆ ( SME )  ที่ลงทุนเงิน ลงทุนเวลา ทำการตลาดออนไลน์แล้วไม่เกิดผลลัพธ์… เพราะ พวกเขาไม่มีความรู้พื้นฐานมากพอนั้นเอง
  1. ซื้อความรู้ในราคาแพงเกินไป
ความหมายของคำว่า ซื้อความรู้ หมายถึง การที่เจ้าของธุรกิจรายย่อย ( SME ) ได้ทำการลองผิดลองถูก โดยจ้างนักการตลาดในโลกออนไลน์ ลงโฆษณานู้นนี้ หลากหลายช่องทาง เป็นจำนวนเงิน หลักหมื่น ถึง หลักแสน ( จากคนที่ไม่รู้จริง ) แล้วเกิดผลลัพธ์บ้าง ไม่เกิดผลลัพธ์บ้าง เป็นการซื้อความรู้ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าเป็นการซื้อประสบการณ์นั้นเอง

ทำไมเดี๋ยวนี้คนหันมาขายของออนไลน์กันเยอะจัง?

- คนไทยใช้งานอินเตอร์เน็ตมากกว่าเมื่อก่อนมาก มากจนอินเตอร์เน็ตกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันที่ขาดไม่ได้ของใครหลายคนไปแล้ว ไม่เพียงแค่การใช้งานอินเตอร์เน็ตผ่านทางเครื่องคอมพิวเตอร์พีซีหรือโน๊ตบุ๊คแบบเดิมๆ เดี๋ยวนี้เราเชื่อมต่อกับโลกอินเตอร์เน็ตได้ตลอดเวลาผ่านทางมือถือสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่พกพาติดตัวไปไหนต่อไหนได้อย่างสะดวก เรียกว่าออนไลน์กันได้ทั้งวัน ในเมื่อกลุ่มเป้าหมายที่อาจจะเป็นลูกค้าใช้เวลาอยู่กับอินเตอร์เน็ต คนขายของก็มานำเสนอขายสินค้ากันที่นี่แหละ
- ทำตามกระแส ทำตามคนอื่น ได้ยินว่าคนโน้น คนนี้ เพื่อน ญาติพี่น้อง คนรู้จักทำกัน ขายของออนไลน์แล้วได้เงินเยอะ จนซื้อรถซื้อบ้านได้ เลยอยากลองทำ เผื่อจะรวยแบบเค้าบ้าง
- หารายได้เพิ่ม / รายได้เสริม สำหรับคนที่ไม่ได้มีอาชีพค้าขาย อย่างคนที่ทำงานประจำ แม่บ้าน นักศึกษา ตลอดจนคนที่เคยเป็นผู้ซื้อแต่อยากเปลี่ยนเป็นผู้ขายบ้าง ก็หันมาขายของออนไลน์กันเพิ่มขึ้นๆ ทุกวัน หารายได้เสริม หรือเผื่อจะได้เป็นอาชีพหลักในอนาคตต่อไป
- คนนิยมค้นหาข้อมูลสินค้าและร้านค้าบนอินเตอร์เน็ตมากขึ้น
- คนไทยกล้าซื้อของออนไลน์กันมากขึ้น
- เพิ่มช่องทางการขาย สำหรับคนขายสินค้าที่มีร้านค้า หรือสถานที่ขายของเป็นหลักเป็นแหล่งอยู่แล้ว การเปิดร้านค้าออนไลน์ควบคู่กันไปด้วยทำให้ได้ลูกค้าเพิ่มขึ้น ทีนี้ก็สามารถขายของให้กับลูกค้าที่อยู่ไกลไม่สะดวกมาที่ร้านได้แล้ว


จากการเกิดปัญหาของนักธุรกิจหรือพ่อค้าแม่ค้ามือใหม่ ดังที่ได้กว่ามานั้นจึงเกิดมีเทคนิคขายของออนไลน์เกิดขึ้นมากมายหลายรูปแบบแล้วแต่คนจะคิดและสรรหาวิธีในการ นำสินค้าเพื่อนำเสนอต่อลูกค้า

วันอังคารที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2559

ขายออนไลน์

ขายออนไลน์ ขายอะไรดีที่ได้กำไร

คำถามที่หลายคนที่คิดอยากจะเป็นพ่อค้าแม่ค้าที่จะ ขายออนไลน์ นั้นก็ต้องเริ่มจากคำว่า “ขายอะไรดี” หลายคนที่ยังไม่เคยขายของออนไลน์มาก่อนบางทีอาจจะคิดว่าคำถาม ขายอะไรดี นั้นเป็นคำถามที่ยากเอามากๆ ทั้งที่จริงแล้วมันก็แค่เรื่องง่ายขอแค่เราจับทางถูก หรือมองออกว่ากระแสของตลาดกำลังจะเป็นอย่างไร ความนิยมของคนในสมัยนี้ชอบอะไร ผู้คนกำลังสนใจในด้านไหน วันนี้เดี๋ยวผมจะช่วยบอกไอเดียแนวคิดคร่าวๆ ว่าของแบบไหนที่น่าเอา ขายออนไลน์ กัน

ขายออนไลน์

ในบางครั้งนอกจากความที่มันหาไม่ได้ง่ายๆ ลูกค้าที่เลือกซื้อสินค้าจากออนไลน์ส่วนใหญ่ ก็มักตัดสินใจซื้อเพราะความขี้เกียจด้วยเหมือนกัน เพราะขี้เกียจต้องฝ่ารถติดออกไปเดินหาซื้อที่ตลาดนัด หรือที่ร้าน ซึ่งบางครั้งก็อุตส่าห์รีบเดินทางไปซื้อ แต่พอไปถึงที่ร้าน ก็ดันทะลึ่งของหมด หรือไม่ก็ปิดร้านเฉพาะวันนั้นพอดี ซึ่งนั่นจะทำให้เราอารมณ์เสียเป็นอย่ามาก สินค้าที่คนมีความต้องการมากๆแต่หาซื้อไม่ได้ แบบนี้ก็น่าเอาขายด้วยเช่นกัน  และอีกอย่างก็คือสินค้าที่ไม่กล้าซื้อ ยกตัวอย่างเช่น ถุงยางอนามัย ยาเพิ่มขนาด เป็นต้น ซื้อสินค้าเหล่านี้สามารถเอามาลงขายออนไลน์ทั้งนั้น

แต่ทำไมหลายคนมักมองข้ามสินค้าพวกนี้ เพราะราคามันไม่แพงเลยทำให้ได้กำไรนิดเดียว แต่เพราะการที่หลายคนมองข้ามนี่แหละ เลยทำให้พ่อค้าออนไลน์หลายคนมองเห็นช่องทางดังกล่าว และปัจจุบันก็สามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ จากการเน้นขายสินค้าที่ราคาไม่แพง แต่พอสิ้นเดือนมานั่งนับยอดรวมๆกันก็เป็นปริมาณมากพอสมควรเลยทีเดียว เหมือนกับการเก็บเล็กผสมน้อยไปเรื่อยๆ รายรับที่เข้ามานั้นจะมากมายเลย

รายชื่อสินค้าที่ผมพูดถึงข้างบนนี้ เป็นเพียงการยกตัวอย่างคร่าวๆเท่านั้น เพื่อเห็นภาพ ว่าถ้าคิดจะหาอะไรมาขายของออนไลน์ซักอย่าง ควรจะเป็นสินค้าที่ ไม่ได้หาซื้อได้ง่าย ตามตลาดทั่วไป หรือควรเป็นสินค้าที่มี ความแปลกใหม่ เห็นแล้วอยากได้หรือน่าสนใจและยังไม่เคยมีใครเอาขาย พวกนี้แหละครับเงินทั้งนั้น แค่หาให้เจอ! เท่านั้นเอง

วันเสาร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2559

5 อย่างที่ควรมีก่อนเริ่มการทำธุรกิจขายของออนไลน์

5 อย่างที่ควรมีก่อนเริ่มการทำธุรกิจขายของออนไลน์

ธุรกิจขายของออนไลน์ยังเป็นอะไรที่ใหม่อยู่ สำหรับคนไหนที่ไม่เคยทำมาก่อนหรือคนที่กำลังจะเริ่มต้นธุรกิจนี้ ต้องบอกเอาไว้ก่อนเลยว่า การทำธุรกิจขายของออนไลน์นั้นมีอยู่สองอย่างด้วยกันคือ รุ่ง กับ ร่วง อย่างไรก็แล้วแต่ มันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้าน ทุกธุรกิจไม่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ล้วนแล้วมีปัจจัยเสี่ยงกันทั้งนั้น

1. สินค้า
สินค้าที่คุณเลือกขายอาจเป็นสิ่งที่คุณชอบก็ได้ เพราะคุณจะรู้รอบรู้ลึกเกี่ยวกับตัวสินค้านั้นๆ ทำให้เวลาขายสามารถให้ข้อมูลลูกค้าได้ ไม่นับว่าการได้ขายของท่ีชอบจะทำให้คุณมีความสุข เหมือนได้ทำสิ่งที่รัก แต่ถ้าคุณไม่ได้ชื่นชอบอะไรเป็นพิเศษ แค่อยากมีร้านค้าเป็นของตัวเอง คุณอาจจะเริ่มโดยการสำรวจตลาดว่าสินค้าอะไรกำลังเป็นที่ต้องการและน่าจะทำกำไรได้ดี

2. เงินทุน
เงินที่คุณจะนำมาลงทุนในการเริ่มธุรกิจขายของออนไลน์ไม่ควรจะครอบคลุมแค่ค่าสินค้าที่คุณจะสั่งมาขาย แต่ควรรวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่คุณอาจต้องเสีย เช่น ค่าโฆษณา ค่าจองพื้นที่ออกร้าน ฯลฯ ดังนั้น คุณควรวางแผนให้ดี ว่าเงินทุนของคุณนี้จะสามารถทำให้คุณดำเนินการได้แบบไม่ต้องไปขอยืมคนอื่นทีหลัง ยิ่งถ้าคุณคิดจะลาออกจากงานประจำมาขายของออนไลน์ด้วยแล้ว คุณยิ่งต้องคิดให้รอบคอบ

3. ช่องทางจำหน่าย
ช่องทางจำหน่ายก็เป็นอีกปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จของร้านคุณ หากคุณคิดจะเปิดร้านค้าออนไลน์ ช่องทางจำหน่ายที่ง่ายที่สุดก็คือ การเปิดเพจ Facebook เพราะทั้งเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ง่ายกว่าช่องทางอื่นๆ อย่าง เว็บไซต์ สามารถลงโฆษณาได้ตามงบและตามกลุ่มเป้าหมายที่คุณกำหนดเอง แถมยังอัพเดทได้ง่ายอีกด้วย

4. แผนการตลาด
แผนการตลาด เป็นสิ่งสำคัญที่จะกำหนดชะตาของร้านคุณ เพราะถึงคุณจะมีสินค้าคุณภาพดีราคาถูก แต่ถ้าไม่มีใครรู้จักร้านของคุณก็ไม่มีประโยชน์ คุณจึงควรวางแผนให้ดีว่าจะโปรโมตร้านค้าหรือสินค้าของคุณอย่างไร จะดึงดูดลูกค้าอย่างไร และจะทำให้อย่างไรให้ร้านคุณที่เพิ่งเปิดใหม่เอาชนะร้านอื่นๆ ที่เปิดมาก่อนหน้าคุณได้ การวางแผนการตลาดอาจเริ่มจากขั้นตอนต่อไปนี้

– วาดภาพเป้าหมายให้ชัดเจน
– มีขั้นตอนการปฏิบัติเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เช่น เมื่อเปิดเพจแล้วจะทำให้คนรู้จักอย่างไร
– วางงบประมาณที่จะใช้เพื่อทำให้ขั้นตอนต่างๆ สำเร็จ
– วางกำหนดเวลาเพื่อประเมิน ตรวจสอบ และปรับปรุงแผน

5. ช่องทางการชำระเงิน
การชำระเงินควรเป็นเรื่องง่ายสำหรับลูกค้า คุณควรเปิดบัญชีสำหรับร้านของคุณกับธนาคารที่คนส่วนใหญ่ใช้บริการ แทนที่จะเลือกธนาคารที่ไม่เป็นที่นิยมแต่ให้ดอกเบี้ยดี นอกจากนี้ ถ้าคุณวางแผนจะขายสินค้าให้กับลูกค้าที่อยู่ต่างประเทศ คุณก็ควรมีบัญชีที่รองรับการโอนเงินจากต่างประเทศ (และมีแผนสำหรับการจัดส่งสินค้าไปต่างประเทศแบบที่คุณไม่ขาดทุน) บัญชี Paypal นับว่าเป็นทางเลือกที่ดีและสามารถสมัครใช้งานง่าย

วันศุกร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2559

อยาก “รวย” โดยการเปิดร้านขายของออนไลน์ คุณ“พร้อม” แค่ไหน

ความเป็นจริงของโลกออนไลน์ “รวย”กันง่ายๆหรือ

อย่างที่เข้าใจกันดี ธุรกิจบนโลก ออนไลน์ นั้น เข้าง่าย แต่ ก็ออกง่ายเช่นกัน นั่นก็เพราะโลกออนไลน์ นั้น ไม่ใช่ทุกคนที่จะ “รวย” กันง่ายๆ ความจริงทีว่าโลกออนไลน์ช่วย ลบ ช่องว่าง ของ ระยะทาง ให้เหมือนทั้งโลกเข้ามา ติดกัน คุณสามารถ ขายสินค้า อะไรก็ตามให้ กับ ใครก็ได้ ในโลกนี้ แต่คนอื่นๆ ก็ทำได้เหมือน คุณเช่นกัน เป็นเพราะปัจจุบันที่โลกได้พัฒนาก้าวไกลมากขึ้น การติดต่อสื่อสารสะดวกขึ้น จึงทำให้การขายสินค้าไม่จำเป็นที่จะต้อง มีสถานที่ตั้งร้าน อีกต่อไปแล้วและก็ไม่จำเป็นที่ผู้ซื้อจะต้องเดินทางไป จับจ่ายใช้สอยอีกต่อไป เพียงแค่คุณอยู่บ้าน ก็สามารถเป็นได้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ก็เพราะมันง่ายและสะดวกสบาย ถึงได้เกิดกิจการทำเว็บที่เป็นร้านขายของออนไลน์ ขึ้นมากมาย และเกิดการแข่งขันสูงขึ้น เกิดเป็นสมรภูมิ ขึ้นแล้วถ้าคุณเป็นหนึ่งที่คิดจะตั้งร้านขายสินค้าบนโลกออนไลน์ คุณจะทำอย่างไรเพื่อให้ร้าน และสินค้าของคุณ สามารถดึงดูด นักช็อปบนโลกอินเตอร์เน็ท ให้เข้ามายังร้านของคุณให้มากที่สุด ยินดีต้อนรับ สงครามธุรกิจ ออนไลน์ เริ่มขึ้นแล้ว เราจะไปรู้จัก กับสมรภูมิหนึ่งที่เป็นที่ กล่าวถึงกันอย่างมากบนโลกออนไลน์ SEO นั่นเอง

ร้านขายของออนไลน์

SEO คืออะไร
SEO หรือ Search engine optimization คือกระบวนการที่พยายามเพิ่ม Traffic ที่มีคุณภาพ เข้าสู่เว็บไซต์ (ของคุณ) จาก Search Enigne ต่างๆ ด้วยวิธีการต่างๆ เพราะโดยปกติแล้วเว็บไซต์ที่ปรากฏอยู่ใน Search Engine ในลำดับแรกๆ มักจะถูกคลิกบ่อยกว่าเว็บไซต์ที่อยู่ด้านล่าง หรืออยู่หน้าถัดไป โดยปกติแล้วเป้าหมายการทำ SEO นั้นอยู่หลายที่ เช่น Image Search, Video Search แต่ที่เราใช้มากที่สุดคือ Web Search นั่นเอง พูดง่ายๆ ก็คือ SEO คือการทำสงครามระหว่าง WebMaster ทั้งหลาย เพื่อช่วงชิงตำแหน่งสูงๆ ของผลลัพธ์ในการค้นหาจาก Search Engine ชื่อดังต่างๆ โดยมี Keyword เป็น อาวุธนั่นเอง

ปัญหา หลัก ที่ทำให้ การค้าขาย บนโลก ออนไลน์ ไม่อาจ “รวย” อย่างที่คิด 

เมื่อลูกค้า เข้าถึง ร้านขายของออนไลน์ของคุณ ไม่ว่าจะช่องทางใดแล้วนั้น เมื่อลูกค้าเจอสิ่งที่ต้องการ แล้วแต่กลับ ไม่กล้า “ซื้อ” ทั้งที่ ของสิ่งนั้น อาจใช่สิ่งที่ลูกค้าต้องการ ทั้งคุณภาพ และราคา เป็นเพราะอะไร ปัญหา ใหญ่ที่สุด ของ e – commerce ในประเทศไทย และ ที่อื่นๆ คือ คำถามเรื่อง “ของความ ปลอดภัย” และ “ความน่าเชื่อถือ” คุณลองถาม คนส่วนใหญ่ เหตุผลอะไร ที่เค้า ไม่ ”ซื้อ” สินค้า ผ่านทางอินเตอร์เน็ต มั่นใจ ได้เลยครับว่า คำตอบ ที่ได้ โดยส่วนใหญ่ จะไม่พ้น สอง ข้อหลักๆ ดังกล่าว เนื่องด้วย การค้าขายออนไลน์ โดยเฉพาะในไทยนั้นยังไม่สามารถสร้าง สิ่งเหล่านี้ได้อย่างเพียงพอ นั่นคือ ผู้ที่จะประสบความสำเร็จ บนเส้นทางนี้ได้ นั้น คือ ผู้ที่ ตอบคำถาม ของผู้ซื้อ ทั้งสองข้อนี้ ได้นั่นเอง ผู้ที่ชิงความได้เปรียบข้อนี้ ไม่ว่าทางใด ก็ตาม คือ ผู้ที่ได้ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง แห่งโลก e – commerce ในสินค้าที่คุณค้าขาย อย่างไม่ต้องสงสัย และแน่นอน สินค้า คุณ ต้องดี

อยาก “รวย ” แล้วร้านค้าของคุณ “พร้อม” แค่ไหน ? หลัก การพัฒนาเว็บไซต์

ก่อนจะเป็น เสี่ยออนไลน์ กลับมาดู รายการเหล่านี้กันก่อนว่า ร้านออนไลน์ ของเพื่อนสมาชิก ได้ถูกปูทาง สู่เส้นทาง “รวย ออนไลน์”และ เข้าหลักการ การพัฒนา เว็บไซค์ ไว้มากน้อยแค่ไหน 1. รู้จัก ตัวเอง และ รู้จัก ผู้ซื้อ คำถามที่เรียบง่ายแต่ตอบไม่ง่ายเลย คุณรุ้จักตัวเองมากน้อยแค่ไหน สิ่งที่คุณทำ สิ่งที่คุณเป็นและสินค้าที่คุณ ขาย รวมทั้งขั้นตอนการซื้อขายมัน เมื่อตอบคำถามเหล่านี้ได้แล้ว กลับมาถามต่อว่า กลุ่มผู้ซื้อ คือใคร และเค้าจะเข้าถึงสินค้า คุณได้อย่างไร นี่เป็นคำถามเริ่มต้นที่คุณต้องตอบตัวเองให้ได้ ก่อนข้ออื่นๆ เพราะบางครั้งเราลืมไปว่า เราทำเว็บเพื่อใคร และให้ใครเป็นผู้ใช้ โดยส่วนมากมักพลาดที่จะ “รวย” เพียงเพราะออกแบบให้ตัวเองใช้งาน แต่ไม่ใช่ลูกค้าใช้งาน ขอให้ยึดหลักง่ายๆ คือ “เราขายอะไร และ ใครเป็นผู้ใช้งานเว็บ”
2. ร้านต้องเข้าถึง ได้อย่างง่าย และ รวดเร็ว ทำอย่างให้ผู้ซื้อเข้าถึงร้านค้า ได้ เร็วและง่ายที่สุด ตรงนี้ คุณต้องคอยตรวจสอบความเร็วของการเข้าถึงร้านค้า บางครั้งการตกแต่งด้วยรูปภาพหรือ แฟลชที่มากเกินไป ทำให้คุณเสียลูกค้าแบบง่ายๆ เพียงเพราะลูกค้าคุณใช้เน็ตความเร็ว 56k (เป็นความเร็วทั่วไปตามต่างจังหวัด) และลูกค้าเบื่อที่จะรอ ให้เว็บโหลดเสร็จ นอกจากนี้การพัฒนาโปรโมทในช่องทางต่างๆ ก็เป็นส่วนหนึ่งของการช่วยในการเข้าถึงเว็บไซค์ รวมทั้งการทำ SEO ที่กล่าวไว้ ข้างต้น ในหัวข้อนี้ ขอให้ยึดหลัก “เรียบง่ายแต่ต้องดูดี”
3. ผู้ซื้อ ค้นหา สิ่งที่เค้าต้องการ และ เข้าใจรายละเอียด ได้ง่าย และเร็ว แค่ไหน เมื่อคุณลูกค้าเข้าถึงหน้าร้านของเพื่อนสมาชิกแล้ว ระยะเวลาที่เค้าใช้ ในการเข้าใจหน้าเว็บ และค้นหาสิ่งที่เค้าต้องการ ต้องสั้นที่สุด ไม่มีประโยชน์อะไรที่เว็บสวยงาม แต่ลูกค้าหาสิ่งที่เค้าต้องการไม่เจอ ในหัวข้อนี้ ขอให้ยึดหลัก “หาสิ่งที่ต้องการได้โดยที่ไม่ต้องคิด”
4. การสร้างความมั่นใจ และความน่าเชื่อถือ สารสนเทศ บนเว็บ เพียงพอ ที่ ทำให้เค้า กล้า ซื้อขายกับคุณหรือยัง คุณมีข้อมูลเกี่ยวกับ บริษัท หรือตัวคุณมากน้อยแค่ไหน มีแหล่งยืนยันมากน้อยแค่ไหน ว่าคุณทำจริงจังและ มีอยู่จริงนอกจากนี้
5. ขั้นตอนการ ซื้อ ขาย ต้องสั้น ง่าย และ ชัดเจน ขั้นตอนสั้นแค่ไหน คนก็ซื้อง่ายแค่นั้น
6. ค้าขายอย่าง ซื่อสัตย์ คุณคงรู้ดีว่า พลังของ ปากต่อ ปาก มีอิทธิพลขนาดไหน
รายการเหล่านี้ คือ เครื่องมือให้คุณ ตรวจสอบ ร้านค้าออนไลน์ ของคุณเอง ว่าดีพอ ที่จะ เข้าสู่สมรภูมิออนไลน์ หรือยัง และ ถูกหลัก การพัฒนาเว็บไซค์ มากน้อยแค่ไหน สิ่งเหล่านี้ ต้องหมั่นตรวจสอบ และพัฒนาเว็บไซค์ อยู่เรื่อยๆ เพื่อนสมาชิก อาจจะตาลาย และรู้สึกท้อ แต่ขอให้ ยึดหลัก “กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว” สู้ และ พยายาม แล้วงานจะออกมาดี

บทสรุป ที่เรียบง่าย ความเป็นจริง ของการ ขายออนไลน์ที่ “คนอยากรวย” มักมองข้าม

หลายคนที่ทำธุรกิจในด้านนี้ มักทุ่ม พลังงาน และ เวลา ไปกับการ นำเสนอ ข้อมูล และ สิ่งต่าง ๆ มากจนลืม กลับมามองความจริง สิ่งที่เราต้องการขายจริงๆ ว่า มีคุณภาพ ดีพออย่างที่โฆษณา หรือเปล่า คุณอาจจะคิดว่า ไม่เป็นไร ขอให้ขายได้ ก็พอแล้ว ซึ่ง นั่นเป็นการคิดผิดอย่างมหันต์ “พลังของปากต่อ ปากบนโลกออนไลน์” นั้นมีมากพอจะก่อให้เกิดผลอย่างไรก็ได้ กรณีตัวอย่าง google yahoo hotmail หรือแม้แต่ sanook.com ในไทยที่เติบโต ถึงขีดสุด ได้เพราะ พลังของปากต่อ ปาก ในทางเดียวกัน ด้านดี ของสิ่งต่างๆ ไปได้เร็ว แค่ไหน ด้าน ไม่ดีก็เช่นเดียวกัน คุณทำไม่ดีกับลูกค้าไว้หนึ่งคน คุณอาจนึกไม่ถึงเลยว่า ความไม่ดีนั้นไปได้ไกลแค่ไหนในโลกออนไลน์ การแข่งขันกับตัวเอง ความพยายาม และการค้าขายด้วยความซื่อสัตย์ นี่แหละ คือสิ่งความจริงสิ่งเดียว จะทำให้คุณประสบความสำเร็จ เพราะคุณภาพและความดีเหล่านี้จะกระจายไปยัง โลกออนไลน์ แล้วมันจะทำให้คุณ “รวย ออนไลน์ อย่าง ยั่งยืน”