วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ทรงบ้านชั้นเดียว กับสิ่งที่ต้องคำนึงถึง

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการเลือก ทรงบ้านชั้นเดียว เพื่อนำไปสร้างบ้าน

การพิจารณาเลือก แปลนทรงบ้านชั้นเดียว สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือเรื่องของพื้นที่ ภูมิประเทศ งบประมาณ ประโยชน์ใช้สอย และรสนิยมในเรื่องของพื้นที่นั้น ท่านต้องทราบขนาดพื้นที่ในการสร้างบ้านของท่าน และเลือกแบบบ้านให้มีเหมาะสม เนื่องจากแบบบ้านที่ท่านได้มา แต่ละหลังล้วนมีขนาดที่แตกต่างกัน บางแบบเป็นบ้านที่ขนาดใหญ่มาก อาจจะเกินขนาดความกว้างของที่ดินที่เตรียมไว้สร้างบ้าน

เรื่องภูมิประเทศมีบทบาทสำคัญมากในการเลือกแบบแปลนบ้านที่จะสร้าง หากบ้านของท่านที่อยู่ในภูมิประเทศซึ่งเป็นที่ลุ่ม มีน้ำท่วมเป็นประจำ การสร้างบ้านชั้นเดียวคงจะไม่เหมาะสมนัก ในกรณีนี้หากไม่สามารถสร้างบ้านสองชั้นได้ การสร้างบ้านยกสูงก็เป็นอีกทางเลือกที่ดี การลดความเสียหายจากน้ำท่วมด้วยการสร้างบ้านยกสูงเป็นภูมิปัญญาของชาวไทยตั้งแต่สมัยโบราณมาแล้ว

รสนิยม เป็นปัจจัยทางด้านจิตใจของผู้อยู่อาศัย เลือก พิมพ์เขียวแบบบ้าน ที่ท่านถูกใจ หรือสมาชิกผู้อยู่อาศัยในบ้านส่วนใหญ่ชอบ ดีกว่าที่เลือกแบบบ้านตามความชอบของผู้ที่ไม่ได้อยู่อาศัย

ส่วนการจัดฮวงจุ้ยทรงบ้านชั้นเดียวจะทำได้ยากกว่าบ้าน 2 ชั้น เพราะบ้านชั้นเดียวห้องต่างๆ จะรวมอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นห้องรับแขก, ทำงาน ครัว ห้องส้วม ห้องพระ และห้องนอน ถ้าจัดวางไม่ถูกต้อง จะก่อผลกระทบได้ง่ายกว่าบ้าน 2 ชั้น


เพราะฉะนั้น ทรงบ้านชั้นเดียวที่ดี ควรมีลักษณะบ้านที่กว้างพอสมควร เพื่อที่จะได้จัดแบ่งพื้นที่ภายใน ทำเป็นห้องต่างๆได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมภายนอกบ้าน ก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน บ้านชั้นเดียวเหมาะที่จะสร้างในพื้นที่โล่ง เพราะบ้านที่ต่ำจะไม่ปะทะกับลม เหมือนบ้าน 2 ชั้น 3 ชั้น

ถ้าบ้านชั้นเดียวไปอยู่ท่ามกลางบ้านที่สูงกว่า หรือพวกตึกสูงก็จะทำให้ฮวงจุ้ยบ้านเสียทันที ในทางฮวงจุ้ยจะถือว่า ถูกกดข่ม คนในบ้านจะรู้สึกต่ำต้อย ดูด้อยกว่าบ้านอื่น นอกจากนี้ การมีบ้านที่สูงกว่าอยู่ติดกัน ยังเป็นตัวปิดกั้นลมที่จะพัดเข้าบ้านอีกด้วย ส่งผลให้สุขภาพของคนในบ้านไม่ดีอีกด้วย

ถ้าเจ้าของบ้านอยากสร้างบ้านชั้นเดียว แต่ต้องแวดล้อมไปด้วยบ้านที่สูงกว่า ก็สามารถทำได้ครับ โดยการสร้างบ้านบนเนิน เพื่อยกระดับของพื้นไม่ให้ต่างกับบ้านข้างเคียงมากนัก หรือออกแบบรูปทรงบ้านให้ดูสูงโปร่ง ก็พอช่วยได้เช่นเดียวกัน หลักการก็คือ เวลามองจากภายนอก บ้านต้องไม่ดูด้อยกว่าบ้านข้างเคียงเป็นใช้ได้

คราวนี้มาดูที่การจัดภายในบ้านกันบ้าง ก็อย่างที่บอกไปแล้วว่า บ้านชั้นเดียวการจัดภายในค่อนข้างจะยาก เพราะห้องต่างๆจะรวมอยู่ชั้นเดียวกันหมด วิธีการจัดให้สอดคล้องกับหลักฮวงจุ้ย ตำราจะบอกเอาไว้ว่า การจัดผังภายในบ้านชั้นเดียว ควรมีห้องโถงกลาง แบ่งพื้นที่เป็น 2 ส่วน โดยแบ่งส่วนของห้องนอน แยกต่างหากจากห้องรับแขก กับห้องครัว เพราะห้องรับแขก ที่สถานที่รับแขก ไม่เหมาะที่จะมีห้องนอนอยู่ใกล้ เพราะเป็นห้องนอนถือเป็นห้องส่วนตัว ส่วนห้องครัว จะมีมลภาวะเรื่องกลิ่น และควัน จะกระทบกับคนนอนได้

การจัดบ้านชั้นเดียวอีกลักษณะหนึ่ง ที่ดูจะเหมาะสมกว่าก็คือ การทำเป็นบ้านเล่นระดับ เพราะการเล่นระดับของพื้นภายในบ้าน จะช่วยในการแบ่งพื้นได้ชัดเจนกว่า เช่น ส่วนของห้องรับแขก ห้องครัว ห้องน้ำ ห้องอาหาร เล่นระดับต่ำ ส่วนห้องนอน ห้องพระ เล่นระดับสูง

การทำบ้านแบบเล่นระดับจะเหมาะกับบ้านชั้นเดียวมาก เพราะจะแบ่งส่วนของการนอนกับห้องต่างๆได้ง่าย กรณีของบ้านที่ต้องการวางพระหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้านชั้นเดียวนั้น จะหาตำแหน่งวางค่อนข้างจะยาก เพราะเงื่อนไขการวางพระมีมาก เช่น ห้ามติดกับห้องส้วม ห้องครัว หรือภายในห้องนอนก็วางไม่ได้ วางในที่ต่ำก็ไม่เหมาะ ถ้าเป็นบ้านเล่นระดับก็จะเลือกวางระดับที่สูงมากกว่าต่ำ แต่ถ้าไม่ใช่เล่นระดับ ส่วนใหญ่จะวางในห้องโถง หรือห้องรับแขก ซึ่งเป็นห้องส่วนกลางของคนในบ้าน

วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ขายของออนไลน์ อะไรดี

ขายของออนไลน์ อะไรดี ที่จะขายได้ไม่ขาดทุน

สำหรับคำถามยอดฮิตสำหรับคนที่อยากมีธุระกิจเป็นของตัวเองโดนการขายของออนไลน์ ซึ่งกำลังเป้นที่ยมมากในปัจจุบันก็คือ "ขายของออนไลน์ อะไรดี " เราจึงได้เอาแนวคิดดีๆมาขายผ่านร้านค้าออนไลน์ ซึ่งสรุปรวมๆแล้วได้สาระสำคัญมา 7 ข้อ เพื่อมานำเสนอให้ท่านที่อยากเปิดร้านขายของออนไลน์ได้ใช้เป็นแนวทางการหาสินค้าและการขายออนไลน์ ดังต่อไปนี้

ขายของออนไลน์ อะไรดี

1. ควรเลือกสินค้าที่มีน้ำหนักเบาและไม่แตกหักง่าย เพราะการขายสินค้าออนไลน์ส่วนใหญ่จะส่งของทางไปรษณีย์ไทย และส่งแบบด่วนพิเศษ (EMS) หากสินค้าน้ำหนักมากจะทำให้ค่าจัดส่งสูงตามไปด้วย หากคิดค่าจัดส่งกับลูกค้าแพงเขาอาจไม่ตัดสินใจซื้อกับเรา หากเราคิดค่าจัดส่งถูกกว่าความเป็นจริงจะทำให้เราควักทุนตัวเองมากเกินไปทำให้ได้กำไรน้อยหรืออาจขาดทุนได้ ในไม่ช้าเราก็จะล้มเลิกไปเสียก่อน
2. ช่วงแรกถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะขายได้หรือเปล่า แนะนำให้คุยกับแหล่งสินค้าขายส่ง เรื่องของส่วนลดพิเศษหรือเรื่องการสั่งซื้อ การส่งสินค้า อย่าลืมขอข้อมูลการติดต่อเขามาด้วย เพราะเราจะได้โทรเช็คสต๊อกสินค้ากับเขาได้ เมื่อมีลูกค้าสั่งของกับเรามาก็ค่อยไปซื้อของจากเขามาส่งลูกค้าอีกทีนึ่ง พยายามซื้อมาเผื่อไม่เกิน 1-5 ชิ้นก็พออย่าซื้อมามากเกินไปทุนจะจมอยู่กับของ เพราะเราไม่รู้จะขายได้จำนวนมากเท่าไหร่
3. แหล่งสินค้าขายส่ง ถ้าเป็นแหล่งที่หาซื้อได้ยากยิ่งดี เพราะคนทั่วไปจะหาซื้อได้ยาก เพราะเราต้องการให้เขาแวะเข้ามาดูสินค้ายังร้านค้าออนไลน์ของเรา เพราะเขาหาซื้อที่อื่นได้ยากนั่นเอง (ข้อนี้เป็นปัญหาใหญ่สำหรับทุกคน)
4. เลือกลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูง หรือตัดสินใจซื้อง่าย เพื่อการขายได้ง่ายขึ้น ได้แก่กลุ่มลูกค้าที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่และกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้หญิงที่เป็นนักช๊อปตัวยง ช๊อปกระจายเลยก็ว่าได้
5. มนุษย์สัมพันธ์เป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ ควรจะให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ เพราะพ่อค้าแม่ค้าขายส่งส่วนใหญ่จะพูดแข็งๆ ห้วนๆ ถ้าเจอลูกค้าพูดเยอะ ถามเยอะ แต่ซื้อน้อยเขาจะยิ่งไม่ชอบเรา ฉะนั้นพยายามพูดให้กระชับ ชัดเจนแต่นอบน้อม จะช่วยเพิ่มโอกาสได้สินค้าคุณภาพดีราคาถูกมาขายต่อได้ (เจ้าใหม่อย่างเราก็ต้องง้อเขาเป็นธรรมดา)
6. เป็นสินค้าที่เราชอบ เพราะจะขยันศึกษาข้อมูลเมื่อมีความชอบและข้อมูลสินค้าพร้อม การถ่ายทอดข้อมูลสู่ลูกค้า ความรู้สึกของเราจะถ่ายทอดไปสู่ลูกค้าด้วยทำให้ลูกค้าอยากซื้อของกับเรา เช่น คนที่รักการแต่งรถก็ขายอุปกรณ์แต่งรถ คนที่รักการแต่งหน้าก็ขายเครื่องสำอาง คนที่รักการสะสมแสตมป์ก็ขายชุดสะสมแสตมป์ เป็นต้น
7. เราจะขายสินค้าตามกระแสหรือสินค้าที่ขายได้ตลอดทุกฤดูกาล เพื่อจะได้กำหนดกลุ่มลูกค้าได้ถูก สินค้าตามกระแสหรือตามเทศกาล เช่น ปืนฉีดน้ำ ขายดีเฉพาะช่วงสงกรานต์ เป็นต้น หรือสินค้าที่ขายได้ตลอดทุกฤดูกาล เช่น เครื่องสำอางผู้หญิง เสื้อยืด เป็นต้น

เป็นอย่างไรกันบ้างจากบทสรุปทั้ง 7 ข้อที่เล่ามา ทำให้ท่านเกิดไอเดียและหมดปัญหากำคำถามที่ว่า”ขายของออนไลน์ อะไรดี” ได้แล้ว หรืออ่านแล้วก็ยังไม่รู้ว่าจะขายอะไรดีเหมือนเดิม หรือท่านใดที่วิธีการเลือกสินค้ามาขายออนไลน์ที่แตกต่างออกไปก็แชร์ไอเดียกันได้เลย

วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

การทำธุรกิจ ที่น่าสนใจ ในปี 59

เผย! 4 ไอเดีย การทำธุรกิจ ส่วนตัวที่น่าสนใจ ในปี 59

ธุรกิจส่วนตัว ที่น่าสนใจ สำหรับคนที่อยากทำธุรกิจแต่ไม่รู้จะทำอะไรดี วันนี้เรามี 4 การทำธุรกิจ ส่วนตัวที่น่าสนใจ สำหรับผู้ที่กำลังจะผันตัวเองมาทำ ธุรกิจส่วนตัว 4 ธุรกิจส่วนตัวที่น่าสนใจนี้อาจเป็นช่องทางใหม่ๆให้ท่านได้ หากสนใจในธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง ก็ควรหารายละเอียดเกียวกับ ธุรกิจส่วนตัว นั้นให้ดี และรอบคอบก่อน เพราะการทำธุรกิจนั้น ควรใช้ความรู้และสติเข้ามาเกี่ยวข้อง อย่าใช้อารมณ์และความต้องการอย่างเดี๋ยว อาจทำให้ไม่ประสบความสำเร็จในธุรกิจที่เราชอบได้

การทำธุรกิจ

เริ่มต้นทำธุรกิจส่วนตัวอย่างไร ใช้เงินลงทุนน้อยที่สุด
1. ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ในการเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัว ธุรกิจยังมีความเสี่ยงว่าจะสามารถอยู่ได้หรือไม่ คุณควรที่จะเก็บเงินไว้ ใช้สิ่งที่จำเป็น และลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปก่อน คุณต้องพิจารณาว่าธุรกิจของคุณสิ่งใดเป็นสิ่งสำคัญที่สุด สิ่งใดสำคัญรองลงมา แต่ละธุรกิจจะมีสิ่งสำคัญสำหรับการดำเนินการที่ต่างกัน

ยกตัวอย่าง ในกรณีที่คุณเปิดโรงเรียนกวดวิชา สิ่งสำคัญของโรงเรียนกวดวิชา คือ ครูสอนที่มีคุณภาพ มีความรู้จริงในเรื่องที่สอน มีความสามารถถ่ายทอดความรู้ได้ ดังนั้นคุณควรที่จะทุ่มเทในเรื่องของครูสอน แต่สถานที่สอน คุณอาจจะยังไม่ต้องมีสถานที่หรูหรามากนักก็ได้ แค่สถานที่ปลอดภัย นักเรียนเดินทางมาเรียนสะดวก ก็น่าจะเพียงพอกับการเริ่มต้น

2. ใช้ทรัพยากรที่คุณมีอยู่ให้คุ้มค่าที่สุด โดยทรัพยากร ไม่ได้หมายถึงเงิน เพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงทุกๆ อย่างที่คุณมีอยู่ ไม่ว่าจะเป็น ความรู้ , เพื่อน , ญาติ พี่น้อง , รถยนต์ , สิ่งของ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณต้องการโฆษณาโรงเรียนกวดวิชาของคุณ ถ้าคุณมีเพื่อนที่มีร้านขาย ขนมอยู่หน้าโรงเรียน คุณอาจจะนำป้ายโฆษณา ไปขอให้เพื่อนช่วยโฆษณาโรงเรียนให้ฟรี ก็ได้

  1. การทำธุรกิจขายสินค้าผ่าน Ebay
ธุรกิจส่วนตัวอย่างการขายสินค้าผ่าน Ebay นั้น เราแทบไม่ต้องมีความรู้ ประสบการณ์ หรือผ่านการอบรมใดๆ ด้านธุรกิจมาก่อน เพียงแค่มีการขายทีดี ไม่ว่าจะของเก่า ของใช้มือสอง เสื้อผ้า รองเท้า และเครื่องมือเครื่องใช้อื่นๆ ภายในบ้าน ก็สามารถจะทำกำไรให้เราได้ หากรู้จักขายและใช้เครื่องมือช่วยขายอย่างมีประสิทธิภาพ ภายในเว็บไซต์ ebay จะมีข้อมูลให้พร้อม หรือจะไปหาซื้อหนังสือคู่มือการทำ ebay มาสักเล่มเพื่อศึกษาวิธีการใช้งานรวมไปถึงกลเม็ดและเทคนิคต่างๆ เพื่อใช้การขายหรือลงประมูลสินค้าและใช้งานเว็บไซต์ แค่นี้เราก็สามารถเริ่ม ธุรกิจส่วนตัว สรรหาสินค้าต่างๆ มาขายให้คนทั่วทุกมุมโลกหรือจะทำเป็น อาชีพเสริม ก็ได้แล้ว
  1. ธุรกิจเปิดร้านคอมพิวเตอร์
เราแทบไม่จำเป็นต้องจบวิศวกรรมคอมพิวเตอร์หรือต้องมีเงินทุนจัดร้านสวยๆ ในเริ่มต้น ธุรกิจส่วนตัวนี้ต้องการเพียงบริการที่ดี ใส่ใจลูกค้า เน้นการตลาดประชาสัมพันธ์ และหมั่นอัพเดตราคาสินค้าไม่ให้แพงกว่าชาวบ้าน เราสามารถเปิดบ้านเป็นร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ ธุรกิจส่วนตัว เล็กๆ หรือเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าอะไหล่คอมพิวเตอร์ได้ ขอแค่เราขยันเรียนรู้อัพเดตข้อมูลสินค้าใหม่ๆ และฝึกฝนความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ ซึ่งอาจผ่านทางคู่มือคอมพิวเตอร์ที่วางขายอยู่เกลื่อนเมือง หรืออาจจ้างทีมงานนักศึกษาที่มีความรู้และประสบการณ์ในการประกอบเครื่องหรือเรียนด้านนี้มาช่วย ธุรกิจส่วนตัว ของเรา เราก็สามารถสร้าง ธุรกิจส่วนตัว ที่มีอนาคตนี้ได้ ซึ่งอาจขยับขยายกลายเป็นธุรกิจที่ครบวงจร ทั้งประกอบ จำหน่ายอะไหล่ ซ่อม ไปจนถึงรับวางระบบติดตั้งเครือข่าย ขนาดใหญ่แก่องค์กรธุรกิจก็เป็นได้ เรื่องทำเลที่ตั้งแทบไม่มีผล หากเราโปรโมทเว็บไซต์เป็นและบริการดีมากๆ เพราะหากลูกค้าประทับใจจนบอกต่อ เราอาจได้ส่วนแบ่งตลาดได้มากขึ้นด้วย
  1. ธุรกิจสอนพิเศษ
สำหรับการทำธุรกิจส่วนตัวอย่างการสอนพิเศษถ้าวันนี้คุณมีฝีไม้ลายมือ ในการถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นเด็ก หรือผู้ใหญ่ ในวิชาที่สำคัญๆ เช่น ภาษาอังกฤษ หรือคณิตศาสตร์ การสอนพิเศษก็ดูจะเป็น อาชีพเสริมทำเงิน หรือ ธุรกิจส่วนตัว ที่เหมาะกับคุณ เป็นอย่างมาก เพราะมันไม่ต้องใช้ลงทุนแม้แต่น้อย เพียงแค่ใช้ความรู้ และทักษะที่คุณมีอยู่แล้ว ในปัจจุบัน อาชีพ Tutor อาจจะลามมาถึง การสอนพิเศษ ในระดับมหาวิทยาลัยแล้วด้วย ซึ่งให้รายได้ที่มากกว่า อาจจะได้ถึง ชั่วโมงละ 500-1,000 บาท เลยทีเดียว
  1. ธุรกิจขายสินค้าผ่าน Facebook
อาชีพเสริมประเภทนี้ เป็นแบบงานขาย การขายของผ่าน Facebook หรือ Website อื่นๆ รูปแบบนี้ เป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ด้วยความที่เริ่มต้นได้ง่าย แม้จะยากหน่อยในการ Promote แต่ทุนก็ไม่จม เพราะว่า ธุรกิจส่วนตัวที่น่าสนใจ อย่างสินค้าที่ขายใน Website นั้น รับเงินสด และสามารถเลือกที่จะ Pre-Order ได้อีกต่างหาก เพราะฉะนั้น มันไม่มีความจำเป็นที่ต้อง ไปซื้อสินค้ามา Stock ไว้มากๆ แต่อาจจะเจอความยุ่งยาก ก็เพียงแค่การส่งสินค้าไปให้กับลูกค้านั่นเอง นับเป็น การธุรกิจส่วนตัว ที่ใช้ได้เลยทีเดียว

รับซื้อมือถือเชียงใหม่ กับเทคนิคเด็ดขายมือถือ


รับซื้อมือถือเชียงใหม่ กับเทคนิคเด็ดขาย “มือถือ“  ยังไงไม่ให้โดนกดราคา

 โทรศัพท์ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนในปัจจุบันมีไว้ครอบครองกันทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเด็ก หนุ่มสาว แม้แต่คนแก่ก็ตาม โทรศัพท์เข้ามามีบทบาทกับผู้คนมาก จึงกลายมาเป็นแฟชั่นที่ต้องให้โทรศัพท์ของตัวเองดูดีสวยงามกว่าคนอื่น เมื่อมีโทรศัพท์รุ่นใหม่ออกมาก็ต้องอยากจับจองเป็นเรื่องธรรมดา แต่เครื่องเก่าละจะทำอย่างไร หลายคนก็คงเอาไปขายต่อหรือเอาไปเทรินเพื่อเอาเครื่่องใหม่ หลายคนก็เอาไปขายตู้ที่เราซื้อก็ว่ากันไป
รับซื้อมือถือเชียงใหม่



สำหรับใครที่เคยเอาโทรศัพท์ไปขายร้านตู้คงรู้ดีว่ามักจะเจอข้อต่อรองเรื่องราคานานา ไม่ว่าจะเป็นสภาพเครื่อง อายุการใช้งาน อุปกรณ์เสริมต่างๆ ไม่ครบบ้างไรบ้าง สุดท้ายก็ลงเอยที่การกดราคาลงฮวบจนหน้าใจหาย  แถมบางครั้งยังโชคร้ายเจอร้านเหลี่ยมจัดเอาโทรศัพท์ของเราไปถามขายให้ร้านตู้ข้างๆ แล้วชักเอาเงินส่วนต่างก็มี ผลก็คือ "ขายแล้วไม่คุ้ม" ซื้อมาหลักหมื่น ขายได้หลักพันต้นๆ เอาไปโปะซื้อเครื่องใหม่ยังได้ไม่ถึงครึ่ง หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ตกอยู่ในภาวะนี้ล่ะก็ รับซื้อมือถือเชียงใหม่  มีเทคนิคดีๆ ในการขายมือถือไม่ให้โดนกดราคามาฝากกัน จะได้ไม่เสียค่าโง่ ให้ปวดใจในภายหลัง
  1. ตั้งราคาที่เรารับได้ และไม่โอเวอร์จนเกินไป
ตั้งราคาที่เราพึงพอใจโดยไม่ต่ำกว่าราคากลาง เผื่อไว้เวลาโดนต่อ เราก็จะยังพอรับได้
  1. ขัดสีฉวีวรรณให้สะอาดและน่าใช้
ปฏิเสธไม่ได้ว่าสภาพเครื่องเป็นเรื่องใหญ่สำหรับการขายโทรศัพท์มือสอง ดังนั้นก่อนนำไปขายเราก็ควรจัดการทำความสะอาดให้สภาพดูดี ยิ่งพวกกล่องบรรจุ คู่มือ และอุปกรณ์เสริมต่างๆ ที่มีอยู่ครบก็จะยิ่งดี (พวกร้านตู้จะได้ไม่เอาไปเป็นข้ออ้างว่าขาดนั้นขาดนี้)
  1. หาข้อมูล เช็คราคากลางของมือถือมือสอง (รุ่นที่เราจะขาย)
เมื่อเราทราบราคากลางของมือถือรุ่นที่เราต้องการขาย มันจะช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ได้ราคาที่มีความยุติธรรม และป้องกันการกดราคาที่ต่ำจนเกินจริง
  1. แหล่งที่รับซื้อ
การเลือกร้านที่จะขายก็เป็นเรื่องสำคัญ เลือกร้านใหญ่ มีชื่อเสียง ที่คนนิยมซื้อ-ขาย ความเสี่ยงจะน้อยกว่าพวกร้านโนเนมไม่เป็นที่รู้จัก แต่ก็อย่างที่รู้พวกร้านที่รับซื้อยังไงก็ต้องกดราคาลงมากเป็นเรื่องธรรมดา เพราะต้องนำไปปล่อยขายเอากำไรต่อ ดังนั้นหากเราอยากได้ราคาที่พึงพอใจไม่โดนใครกดหรือมาหาเรารับซื้อมือถือเชียงใหม่ ไม่ก็เลือกปล่อยของบนเว็บไซต์ซื้อ-ขาย สินค้ามือสองที่มีคนเข้าดูเยอะ ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ซึ่งปัจจุบันก็มีให้เลือกหลายเว็บไซต์ แถมยังสามารถประกาศซื้อ-ขาย ผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือได้อีกด้วย เรียกได้ว่าสะดวกมากๆ

วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

นาฬิกามือสองแท้ กับวิธีการตรวจสอบของ Casio

5 วิธีการตรวจสอบนาฬิกา Casio นาฬิกามือสองแท้ ที่เค้าขายกัน

บริษัท คาสิโอ คอมพิวเตอร์ จำกัด เป็นบริษัทที่ผลิตเครื่องมือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของญี่ปุ่น สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงโตเกียว ก่อตั้งขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1946 คาสิโอมีชื่อเสียงในด้านการผลิตเครื่องคิดเลข เครื่องเสียง พีดีเอ กล้องถ่ายรูป เครื่องดนตรี และนาฬิกาข้อมือ เมื่อปี ค.ศ. 1957 คาสิโอเป็นรายแรกของโลกที่ผลิตและจำหน่ายเครื่องคิดเลขไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด

คาสิโอก่อตั้งขึ้นในเดือนเมษายน ค.ศ. 1946 โดย คะชิโอะ ทะดะโอะ วิศวกรผู้เชี่ยวชาญในสาขาเทคโนโลยีสิ่งทอ ผลิตภัณฑ์หลักชิ้นแรกของคะชิโอะคือ แหวนที่ใช้สำหรับจับบุหรี่ เรียกว่า ยุบิวะไพป์ ซึ่งทำให้ผู้สวมสามารถสูบบุหรี่ได้หมดทั้งมวนโดยที่ไม่ต้องถือเอง เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นในขณะนั้นได้เข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่สอง บุหรี่จึงเป็นของที่มีค่า สิ่งประดิษฐ์ของคะชิโอะจึงประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง

นาฬิกามือสองแท้

Casio เป็นแบรนด์นาฬิกาชื่อดังระดับโลก เนื่องจาก นาฬิกา Casio ของแท้ นั้นมีด้วยกันหลายแบบ และหลายสไตล์ด้วยกันเพื่อให้เป็นตัวเลือกแก่ลูกค้า และย่อมไปเป็นตามสัจธรรมที่ถ้าหากมีของแท้ ก็ย่อมที่จะมีสินค้าของปลอมที่วางจำหน่ายอยู่ตามท้องตลาด ทำให้กลายเป็นเรื่องยากในการเลือกซื้อนาฬิกา Casio แท้สักเรือนถึงจะซื้อมือสองแต่ก็อยากได้ นาฬิกามือสองแท้สักเรือน ดังนั้นหากใครที่กำลังมองหาของแท้อยู่ควรเลือกใช้ตัวเลือกเหล่านี้ในการเลือกสินค้า

1.แพคเกจที่จะได้รับ – สำหรับนาฬิกา Casio ของแท้นั้นจะต้องมีแพคเกจในการเก็บสินค้าที่สวยงาม และมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน โดยมักจะประกอบไปด้วย กล่องบรรจุผลิตภัณฑ์ ตัวนาฬิกา และ คู่มือการใช้งาน แต่อย่างไรก็ตามสำหรับขั้นตอนแรกอาจจะยากไปสักเล็กน้อย เพราะของปลอมมักจะมีเหมือนกัน

2.การค้นหาข้อมูลก่อนซื้อ และหลังซื้อ – สำหรับใครที่กำลังมองหานาฬิกาคาสิโอของแท้สักเรือนสามารถที่จะเข้าไปหาข้อมูลต่าง ๆ ก่อนการเลือกซื้อได้เสมอ โดยข้อมูลนั้นจะมีรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวตัวนาฬิกาไว้ทั้งหมดซึ่งทั้งแบบก่อนซื้อ และการตรวจสอบหลังซื้อ แต่ในบ้างครั้งการอัพเดตข้อมูลข่าวสารอาจจะล่าช้าไปบ้าง โดยการตรวจสอบและข้อมูลต่าง ๆ นั้นสามารถเข้าไปดูรายะเอียดได้ที่ world.casio.com

3.การทดสอบ – การทดสอบนาฬิกา Casio ที่เป็นของแท้มักจะสามารถทำได้ดีเสมอ โดยการตรวจสอบนั้นให้นำนาฬิกาคาสิโอเรือนที่เราได้เลือกซื้อมาทดสอบทีละฟังก์ชั่นตามคู่มือที่ได้มา ซึ่งจะทำให้สามารถทราบได้อย่างชัดเจนว่านาฬิกาเป็นของแท้หรือไม่ แต่ถ้าไม่มีคู่มือหรือไม่สามารถหาคู่มืออ่านได้ในนำตัวเลข 4 หลักนำไปค้นหาในเว็บไซต์ของทาง Casio.com เพื่อค้นหาคู่มือแบบออนไลน์และทำการตรวจสอบ

4.การสังเกตจากคู่มือ – จากตัวเลือกในข้อแรกถ้าหากกล่องนาฬิกามาพร้อมกับคู่มือการใช้งาน ผู้ใช้งานก็อาจจะตรวจสอบรายละเอียดต่าง ๆ ได้จากตัวคู่มือได้เช่นเดียวกัน โดยนาฬิกาคาสิโอที่เป็นของแท้ทุกชิ้น จะมีคู่มือบอกรายละเอียดได้อย่างชัดเจน โดยจุดสังเกตอยู่ที่ตัวเลข 4 หลักที่อยู่บนฝาหลังของนาฬิกาจะต้องตรงกับหนังสือคู่มือ แต่ถ้าไม่ตรงกันให้สันิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นของปลอม

5.วัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต – การสังเกตจากวัสดุที่ใช้ในการผลิตนาฬิกาจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ควรจะให้ความสำคัญ เนื่องจาก นาฬิกา Casio ของแท้และของปลอม มักจะมีการผลิตและเนื้องานที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งในด้านการดีไซน์ การออกแบบและอื่น ๆ

อย่างไรก็ตามแม้ว่า นาฬิกา Casio ที่วางจำหน่ายอยู่บนท้องตลาดไทย ณ ตอนนี้จะมีทั้งนาฬิกามือสองแท้ และของปลอมนั้นก็อาจจะไม่ใช่เรื่องที่แย่เสมอไป เพราะอาจจะใช้วิธีการเลือกซื้อจากสถานที่ที่มีความน่าเชื่อถือ และไว้ใจได้ยกตัวอย่างเช่น ห้างสรรพสินค้าที่มีช้อปอย่างเป็นทางการของคาสิโอ หรือจากเว็บไซต์ที่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นของแท้อย่างแน่นอน

วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

เทคนิคการขายของออนไลน์ ที่ทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อเรื่อยๆ

5 เทคนิคการขายของออนไลน์ ที่ทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อเรื่อยๆ

หากลงโฆษณานิตยสาร 10,000 บาทสามารถทำให้คนสนใจและโทรมาที่บริษัทได้ 100 คน เท่ากับว่าเราจ่ายเงินต่อหัวอยู่ที่ 100 บาทเพื่อทำให้คนสนใจธุรกิจของเรา และหากว่า 20 คนในจำนวน 100 คนกลายเป็นลูกค้า เท่ากับว่าเราจ่ายเงินต่อการขายอยู่ที่ครั้งละ 500 บาท

สมมติว่าเราวางแผนให้ลูกค้าแต่ละคนใช้จ่าย 5,000 บาทกับธุรกิจของเรา และ 1,000 บาทในนั้นเป็นกำไร เราจะยอมจ่ายเงิน 500 บาทที่ว่ากี่ครั้งล่ัะ แน่นอนว่าหากเราอยากมีกำไรไปเรื่อยๆ ก็จะต้องลงทุนเงิน 500 บาทนั้นไปเรื่อยๆ เช่นกัน

เทคนิคการขายของออนไลน์ กับการรู้ว่าต้องจ่ายเงินเท่าไหร่เพื่อซื้อลูกค้าจะทำให้สามารถวางแผนและรู้ตัวเลขได้ว่ามูลค่าระยะยาวของลูกค้าแต่ละคนนั้นอยู่ที่เท่าไร ยกตัวอย่างร้านขายอาหารสุนัข ลูกค้าแต่ละคนใช้เงินซื้อสินค้าต่อปีอยู่ที่ 10,000 บาท อายุเฉลี่ยสุนัขอยู่ประมาณ 10 ปี ถ้าหากลูกค้าซื้อสินค้าเราประมาณครึ่งหนึ่งของเวลาหรือ 5 ปี เท่ากับว่ามูลค่าระยะยาวของลูกค้าอยู่ที่ 50,000 บาท

ลองคิดดูว่าหากเราสามารถทำให้เกิดการซื้อซ้ำและมีผลตอบแทนให้จากการแนะนำเพื่อน ถ้าหากว่าสามารถจูงใจลูกค้า 1 คนเข้ามาซื้อต่อเนื่องทุกๆ เดือนและทำให้เขาอยากแนะนำเพื่อนมาเป็นลูกค้าอีก 2 คน ก็จะทำให้ลูกค้าคนนั้นมีมูลค่าเท่ากับ 150,000 บาท และอย่าลืมว่าลูกค้าที่ถูกแนะนำมาก็สามารถพาคนอื่นๆ มาซื้อต่อได้เรื่อยๆ เช่นกัน

จะเห็นได้ว่าการมองแบบระยะยาวสำคัญมาก เมื่อเราเห็นมูลค่าระยะยาวของลูกค้า เราก็จะให้ความสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับพวกเขามากขึ้น การวางแผนเพื่อดึงลูกค้าให้กลับมาหาธุรกิจของเราเรื่อยๆ นั้นหัวใจหลักก็อยู่ที่ความสุขของลูกค้านั่นเอง และนี่คือ 5 เทคนิคการขายของออนไลน์ ที่ทำให้เกิดการซื้อซ้ำ



1.ทดลองและวัดผลทุกอย่าง
ทำการทดลองและวัดผลทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นการลงโฆษณาหรือการทำการตลาดต่างๆ ตัวเลขสถิติเหล่านั้นต้องนำมาคำนวณเพื่อวัดประสิทธิภาพสิ่งที่ทำไปให้ได้ เพราะเมื่อเรารู้ค่า ROI (ค่าตอบแทนจากการลงทุน) เราก็จะสามารถรู้ได้ทันทีว่าแผนการตลาดนั้นคุ้มค่าเงินที่ลงไปหรือไม่ หากไม่คุ้ม เราจะได้ไหวตัวและแก้เกมได้ทันนั่นเอง

2.ขยันใช้ข้อมูล
ข้อมูลคือทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดของบริษัท อย่าแค่ไปเก็บข้อมูลเพื่อนำเข้าแฟ้มเฉยๆ แต่ให้เอามาวิเคราะห์และประมวลผล หาทุกโอกาสที่สามารถทำได้เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ธุรกิจ

3.สัญญาแล้วทำให้ได้
คำสัญญาหรือการเสนอโปรโมชั่นใดควรทำให้ได้จริง ธุรกิจของเราจะต้องดำเนินไปอย่างที่เคยประกาศไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม เช่น บอกว่าสะสมแต้มครบแล้วจะได้ของสมนาคุณ ก็ต้องมีของให้กับลูกค้าจริงๆ สิ่งเล็กน้อยเหล่านี้จะสะสมเป็นความรู้สึกของลูกค้าต่อธุรกิจของเราในที่สุด กฎก็คือ สัญญาน้อยๆ เข้าไว้ แต่เมื่อถึงเวลาให้จึงค่อยให้มากๆ ลูกค้าจะประทับใจแน่นอน

4.สื่อสารหาลูกค้าเรื่อยๆ และทำให้น่าสนใจ
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าขาดการติดต่อเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นวันสำคัญ เช่น วันขึ้นปีใหม่ วันวาเลนไทน์ หรือ วันเกิดของลูกค้า เราสามารถใช้โอกาสเหล่านี้ติดต่อไปยังลูกค้าเพื่ออวยพรหรือเสนอโปรโมชั่นพิเศษ ต้องคอยเตือนให้พวกเขารู้ว่าพวกเขาเป็นลูกค้าคนพิเศษของเราอยู่เสมอ ซึ่งจะทำให้ลูกค้านึกถึงเราและเลือกซื้อสินค้าจากเราเป็นแบรนด์แรกๆ

5.ทำให้ลุกค้าซื้อได้อย่างสะดวกและให้น่าสนใจ
ลองทำตัวเป็นลูกค้าแล้วทดลองใช้สินค้าหรือบริการตามช่องทางปกติเพื่อดูว่ามีอุปสรรคอะไรในการซื้อหรือไม่ ลองคิดว่าหากเราเป็นลูกค้า เราอยากให้เปลี่ยนอะไรบ้าง หรืออาจลองถามลูกค้าเลยก็ได้เพื่อดูว่าจะการซื้อขายให้ง่ายขึ้นได้อย่างไร

เป็นยังไงกันบ้างกับ เทคนิคการขายของออนไลน์ ที่ได้นำมาฝากกัน ท้ายที่สุดแล้วคนเราก็เลือกซื้อสินค้าหรือบริการจากธุรกิจที่ชอบ และภักดีกับแบรนด์ที่รู้สึกดีหรือผูกพันด้วย คนจำนวนมากยินดีจ่ายมากกว่าเพื่อสิ่งของหรือบริการที่ดีกว่า เพราะฉะนั้นการแข่งขันเรื่องราคาจึงไม่ใช่คำตอบเสมอไป อย่าลืมหาวิธีพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจของเราและลูกค้าอยู่เสมอ เพราะคงไม่มีใครอยากเสียลูกค้าให้คู่แข่งอย่างแน่นอน ไม่แม้เพียงคนเดียวก็ตาม

วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ขายของออนไลน์ ขายออนไลน์ แบบมือโปรที่คุณก็ทำได้

ขายของออนไลน์ ขายออนไลน์ แบบมือโปร ที่คุณก็ทำได้

การซื้อของที่ขายออนไลน์ เป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าในยุคของเรา ใครๆ ต่างก็อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง  ซึ่งจุดเริ่มต้นเล็กๆ ของหลายคนอาจเป็นการเปิดร้านขายของออนไลน์บน Facebook หรือ Instagram และ Line ในแต่ละเดือนมีร้านใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย แต่เคยสังเกตไหม ร้านที่หายเงียบไปเพราะไม่มีลูกค้าก็มีไม่น้อยเหมือนกัน เพราะถึงจะดูง่าย แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่อย่างนั้นเลย ถ้าอยากขายออนไลน์ให้ได้แบบมือโปร ลองมาอ่านวิธีการ 4 ข้อด้านล่างนี้กันก่อน ขายออนไลน์
  1. โปร่งใสและตรวจสอบได้
มีผู้ซื้อจำนวนไม่น้อยเลยที่ใช้เวลาค้นข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนจะซื้อสินค้าออนไลน์ ที่เป็นแบบนี้เพราะร้านค้าออนไลน์นั่นน่าเชื่อถือน้อยกว่าร้านที่มีหน้าร้านจริงๆ ค่ะ เพราะฉะนั้นคุณมีหน้าที่ต้องลงรายละเอียดที่จะช่วยทำให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายให้ครบ ไม่ว่าจะเป็น ราคา ขนาด เกรดของสินค้า วัสดุที่ใช้ รวมถึงระยะเวลาที่คุณจะส่งของให้ได้ และการแจ้งเลขพัสดุ สิ่งเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับร้านของคุณในระยะยาว แถมยังลดการตอบคำถามที่ไม่จำเป็น และลดความปวดหัวทั้งของแม่ค้าและลูกค้าด้วย
  1. ขยันโพสสินค้าทั้งเก่าและใหม่
เมื่อคุณตั้งใจจะขายของ สิ่งที่คุณต้องทำก็คือนำสินค้าของคุณออกมาเสนอผู้ซื้อ ทั้งสินค้าเก่าและใหม่ ยิ่งบน Facebook คุณยิ่งต้องพยายามนำเสนอสินค้าด้วยการโพสต์บ่อยๆ เพื่อให้คนเห็นมากขึ้น แต่ระวังอย่าโพสต์ติดกันเกินไป เพราะมันอาจจะสร้างความรำคาญแทน ที่สำคัญ อย่าลืมเลือกเวลาในแต่ละวันแล้วลองโพสต์ดูว่าเวลาไหนที่โพสต์ได้รับการตอบรับมากที่สุด และพยายามเลือกโพสต์เวลานั้นด้วย
  1. สร้างความประทับใจแรกด้วยการตกแต่งร้านให้ดูดีดูโดดเด่น
ใครว่าเปิดร้านค้าออนไลน์แล้วไม่ต้องตกแต่งร้าน ในเมื่อมีร้านเป็นพันเป็นหมื่นอยู่บนโลกออนไลน์เหมือนกัน ลูกค้าก็สามารถเลือกร้านที่ทำให้รู้สึกดีมากกว่าได้ เพราะฉะนั้นคุณควรออกแบบรูปภาพที่ใช้บนร้านของคุณให้สวยและตรงกับภาพลักษณ์ที่ต้องการ เช่น Profile และ Cover Image ของร้านเครื่องประดับ ก็อาจจะต้องดูหรูหรา และอย่าลืมใส่รายละเอียดของร้านให้ครบเพื่อให้ดูน่าเชื่อถือมากขึ้น
  1. สร้างวินัยให้ตัวเอง
การขายสินค้าออนไลน์อาจจะดูสบาย เพราะคุณไม่ต้องนั่งเฝ้าร้าน ไม่ต้องนั่งคอยลูกค้า แต่นั่นก็เหมือนเป็นดาบสองคม เพราะความสบายอาจทำให้คุณละเลยที่จะตอบลูกค้า กว่าจะรู้ตัวอีกทีลูกค้าก็หนีไปหาร้านอื่นแล้ว ดังนั้นคุณควรตั้งกฎเหล็กให้ตัวเอง เช่น จะโพสต์สินค้าอย่างน้อยวันละกี่ครั้ง ลงสินค้าใหม่อย่างน้อยเดือนละกี่ชิ้น จะทำงานตั้งแต่กี่โมงถึงกี่โมง หรือห้ามให้ลูกค้ารอนานเกิน 1-2 ชั่วโมง แต่ถ้าหากคุณเกิดไม่ว่างจริงๆ คุณอาจใช้ระบบตอบกลับอัตโนมัติได้

เพียงทำตามขั้นตอนที่ได้กล่าวมา แค่นี้คุณก็จะเป็นร้านขายออนไลน์แบบมือโปรได้