แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Health fund rebate แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Health fund rebate แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2559

Health fund rebate การนวดแผนไทย

Health fund rebate ลักษณะการนวดแผนไทย

"การนวดแผนไทย" เป็นศาสตร์มหัศจรรย์ โดยมูลเหตุสำคัญมาจากสภาพแวดล้อมและวิถีชีวิตวัฒนธรรมของคนไทย (Health fund rebate)รวมถึงพฤติกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันของผู้คนในสมัยโบราณ "การนวดแผนไทย" ไม่ใช่เพื่อรักษาความเจ็บปวดเท่านั้น แต่มีคุณค่าต่อสุขภาพเป็นกระบวนการดูแลสุขภาพ และรักษาโรค โดยอาศัยการสัมผัสอย่างมีศิลปะ มีหลักการระหว่างผู้ให้บริการ และรับบริการ การนวดจะส่งผลโดยตรงต่อร่างกายและจิตใจ



การนวดไทย หรือ นวดแผนโบราณ เป็นการนวดชนิดหนึ่งในแบบไทยซึ่งเป็นศาสตร์บำบัดและรักษาโรคแขนงหนึ่งของการแพทย์แผนไทย โดยจะเน้นในลักษณะการกด การคลึง การบีบ การดัด การดึง และการอบ ประคบ ซึ่งรู้จักกันโดยทั่วไปในชื่อ "นวดแผนโบราณ" โดยมีหลักฐานว่านวดแผนไทยนั้นมีประวัติมาจากประเทศอินเดีย และมีการนำเข้ามาในประเทศไทย จากนั้นได้ถูกพัฒนาและปรับปรุงแก้ไขให้เข้ากันกับวัฒนธรรมของสังคมไทย จนเป็นรูปแบบแผนที่เป็นมาตรฐานของไทยและส่งทอดมาจนถึงปัจจุบัน การนวดไทยแบ่งเป็น 2 สาย คือ สายราชสำนักและสายเชลยศักดิ์

การนวดแผนไทย (Health fund rebate) มีลักษณะ 2 แบบ คือ
1. นวดแบบราชสำนัก คือ หมอนวดจะใช้เฉพาะมือ นิ้วหัวแม่มือ และปลายนิ้วอื่น ๆ ในการนวดเท่านั้น และไม่ใช้การนวดคลึงในขณะกด (นวด) ไม่ใช้การดัด หรือการงอข้อ หลัง หรือส่วนต่าง ๆของร่างกายด้วยกำลังแรง และกริยาการนวดจะดูเรียบร้อยกว่าการนวดแบบเชลยศักดิ์

2. นวดแบบเชลยศักดิ์ คือ หมอนวดจะใช้ฝ่ามือ นิ้วมือ ศอก หรือเข่า ในการนวด และจะใกล้ชิดกับผู้ถูกนวดมากกว่า มีการยืด ดัด ลักษณะการนวด

1. การนวดยืด ดัด ลักษณะการนวดแบบนี้คือ การยืด ดัดกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น พังผืด ให้ยืดคลาย

2. การนวดแบบจับเส้น ลักษณะการนวดคือ การใช้น้ำหนักกดลงตลอดลำเส้นไปตามอวัยวะต่าง ๆ การนวดชนิดนี้ต้องอาศัยความเชื่ยวชาญของผู้นวด ซึ่งได้ทำการนวดมานานและ สังเกตปฏิกิริยาของแรงกดที่แล่นไปตามอวัยวะต่าง ๆ

3. การนวดแบบกดจุด ลักษณะ การนวดคือ การใช้น้ำหนักกดลงไปบนจุดของร่างกาย การนวดนี้เกิดจากประสบการณ์ และความเชื่อว่าอวัยวะของร่างกายมีแนวสะท้อนอยู่บนส่วนต่าง ๆ และเราสามารถกระตุ้นการทำงานของอวัยวะนั้นโดยการกระตุ้นจุดสะท้อนที่อยู่ บนส่วนต่าง ๆ บนร่างกาย

วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

Health fund rebate

Health fund rebate กับการนวดดีจริงหรือ ?

หลายครั้งเมื่อเกิดอาการปวด หลายคนมักลงเอยด้วยการนวด บางคนก็อาจสบายขึ้น แต่บางคนอาจเป็นหนักกว่าเดิม แท้จริงแล้วการนวดช่วยอะไรได้บ้าง จริงหรือไม่ที่การนวดช่วยรักษาโรค (Health fund rebate)ได้

การนวดที่ช่วยให้หายโรค

การนวดที่สามารถรักษาโรคส่วนใหญ่จะเป็นโรคที่สัมพันธ์กับกล้ามเนื้อ เช่น ออฟฟิศซินโดรม อันเกิดจากการนั่งในท่าทางไม่ถูกต้อง โรคความดันขึ้นที่มีสาเหตุจากกล้ามเนื้อเกร็ง เพราะการนวดช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวลง ความดันจึงปรับลดลงมา หรืออาการปวดหัวจากกล้ามเนื้อดีขึ้น เป็นต้น สบายกับหาย


การจะเข้าใจประโยชน์ของการนวดอย่างแท้จริง สิ่งสำคัญต้องเข้าใจความหมายของสองคำสำคัญคือ สบายกับหายโรค สบายคือความรู้สึกผ่อนคลาย จากปวดก็หายปวด แต่ไม่ได้หมายความว่าโรคที่เป็นจะหายไป ส่วนการหายโรค คือโรคมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นจนกระทั่งหายเป็นปกติ ข้อดีของการนวดช่วยให้สบายขึ้นแน่นอน ซึ่งอาจไม่ได้ช่วยให้หายโรค แต่ช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยที่เป็นอัมพาตครึ่งซีก มีอาการขาเกร็ง พอนวดแล้วรู้สึกโล่งขึ้น แต่ไม่ได้ช่วยให้อัมพาตหายไป หรือผู้ป่วยอัมพาตที่เดินเกร็ง หลังจากนวดแล้ว รู้สึกคลาย(Health fund rebate) อาจขยับร่างกายได้ดีขึ้น เพราะกล้ามเนื้อคลายตัว แต่อัมพาตก็ยังไม่หาย

ผู้ที่ไปนวดควรรู้อะไรบ้าง

ปัจจุบันมีหมอนวดมากมาย บ้างก็มีคุณภาพ บ้างก็ไม่มี แล้วจะมีหลักเกณฑ์การแยกแยะระหว่างหมอนวดที่มีคุณภาพ(Health fund rebate)กับไม่มีอย่างไร แม้จะเป็นคำถามที่ตอบได้ยากมาก แต่ก็พอมีหลักเกณฑ์พิจารณากว้างๆ ดังนี้

1. ผู้ที่มีอาการปวดฉับพลันไม่ควรนวดแรง เพราะจะยิ่งทำให้กล้ามเนื้อช้ำ เช่น อาการปวดจากการเล่นกีฬาควรนวดในลักษณะผ่อนคลาย
2. ไม่ควรมีการกดเส้นเลือด คือท่ากดเฉพาะจุดแล้วปล่อย โดยเฉพาะตรงบ่าหรือขาหนีบ การทำเช่นนี้ส่งผลร้ายต่อร่างกายคือทำให้เส้นเลือดช้ำ จึงควรหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุ
3. ผู้สูงอายุไม่ควรนวดท่าดัดตัว
4. หลังจากนวดแล้วต้องสบาย อาจยังไม่รู้สึกทันทีก็ได้ นวดเสร็จอาจปวดบ้าง แต่ต้องไม่ทิ้งระยะเวลานานเกิน 1 วันนับจากวันที่นวด ถ้าเกินควรเปลี่ยนหมอนวด เพราะแสดงว่าหมอนวดผู้นี้อาจลงน้ำหนักมือแรงเกินไป จนกระทั่งทำให้กล้ามเนื้อช้ำ